กินวิตามิน อาหารเสริมมากๆ อันตรายมากกว่าที่คุณคิด ลองอ่านดู

loading...
กินวิตามิน อาหารเสริมมากๆ อันตรายมากกว่าที่คุณคิด ลองอ่านดู

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางอย่างโดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุเสริม อาจเป็นอันตรายได้ถ้ากินเป็นปริมาณมากและกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะจะสะสมจนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อได้

สำหรับวิตามินบีและซี ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้นั้นไม่ค่อยมีผลเสียต่อร่างกายมากนัก เพราะวิตามินเหล่านี้สะสมในร่างกายเป็นปริมาณมากไม่ได้ โดยส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะได้โดยง่าย แต่การกินวิตามินซีมากๆ จะทำให้ท้องร่วงและทำให้คนที่เสี่ยงต่อการเป็นนิ่วอยู่แล้วมีโอกาสเป็นนิ่วในไตมากขึ้น

ในทำนองเดียวกันหากกินวิตามินบี 6 ในปริมาณมากๆเป็นประจำและติดต่อกันเป็นเวลานาน (อย่างที่ผู้หญิงบางคนกินเพื่อบรรเทาอาหารก่อนมีประจำเดือน) ก็อาจทำให้ระบบประสาทบางอย่างเกิดอาการผิดปกติรุนแรงได้ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหายไปได้โดยไม่มีผลต่อเนื่องใดๆเลยเมื่อหยุดกินวิตามินเสริมเหล่านี้

สำหรับวิตามินที่ละลายในไขมัน (วิตามินเอ ดี อี และเค) น่าจะมีอันตรายมากกว่า เพราะร่างกายขับออกไม่ได้ ตาจะสะสมอยู่ในตับและในเนื้อเยื่อไขมัน รายงานการวิจัยต่างๆพบว่าการกินวิตามินเอมากเกินจะเป็นพิษร้ายแรงต่อร่างกายได้ โดยอาจไปทำลายตับและกระดูก ทำให้ผมร่วง เห็นภาพซ้อนอาเจียน และปวดศีรษะได้ นอกจากนี้ยังอาจเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ได้ถ้ามารดากินวิตามินเอในรูปเวชภัณฑ์มากไป ดังนั้นจึงมีคำแนะนำให้หญิงมีครรภ์หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทวิตามินเอทุกประเภท ยกเว้นในกรณีที่หญิงนั้นเสี่ยงต่อการขาดหรือแสดงอาการวิตามินเออย่างชัดเจน ส่วนคนทั่วไปมักได้รับวิตามินเอจากอาหารจำพวกปลา ตับ นมและผลิตภัณฑ์ จึงไม่จำเป็นต้องกินวิตามินเสริมแต่อย่างใด

วิตามินดี อาจมีผลเสียเช่นกันถ้ากินมากๆ คนส่วนใหญ่ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอแล้วเมื่อกินอาหารจำพวกปลามีน้ำมันและไข่แดง และเมื่อโดนแสงแดด ซึ่งทำให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีเองได้ สำหรับหญิงมีครรภ์และมารดาที่ให้นมบุตร (ซึ่งมักต้องการวิตามินดีเป็นพิเศษ) รวมทั้งผู้ที่พักฟื้น ควรได้รับวิตามินดีเสริม

วิตามินอีและเค เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันได้เช่นกัน แต่ไม่ค่อยพบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายเมื่อได้รับมากเกิน อย่างไรก็ดียังไม่มีการศึกษายืนยันถึงความปลอดภัยในการกินวิตามินเสริมติดต่อกันในระยะยาว

นอกจากวิตามินข้างบนนี้แล้ว มาดูในกลุ่มที่นิยมใส่ในอาหารเสริมกันบ้าง

1. กลูต้าไธโอน ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรับประทานสารกลูต้าไธโอนเข้าไปในร่างกายในปริมาณมากๆ มีดังต่อไปนี้
ทำให้เกิดความดันต่ำ
มีอาการหอบหืดเฉียบพลัน
ส่งผลกระทบต่อลูกตาจนอาจทำให้เกิดตาอับเสบ
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังทำเคมีบำบัด สารกลูต้าไธโอนจะไปลดประสิทธิภาพในการรักษาโดยวิธีการทางเคมีลง
เมื่อรับสารกลูต้าไธโอนติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ อาจเกิดการสะสมของสารกลูต้าไธโอน จนทำให้เกิดมะเร็งขึ้นได้

2. วิตามินอี

loading...

สาวเราหลายคนนิยมทานวิตามินอี (Vitamin E) กันนัก เพราะขึ้นชื่อในเรื่องช่วยให้ผิวพรรณสวยใส เปล่งปลั่ง แถมคุณหนุ่มๆ ก็ยังเคยปลื้มกันนัก เนื่องจากเคยมีงานวิจัยจากประเทศฟินแลนด์ระบุว่า การรับประทานวิตามินอีเป็นอาหารเสริมทุกวันจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้

ทว่าต่อมาในปีคศ.2001 สถาบันมะเร็งแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง และพบข้อเท็จจริงว่า การรับประทานวิตามินอีในระยะยาวอาจส่งผลเสีย ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่รับประทานวิตามินอีทุกวันติดต่อกันมานาน 5 ปี กลับมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นถึงร้อยละ17 ทั้งนี้วิตามินอีมีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย พบมากในอาหารเช่น บรอกโคลี, ข้าวสาลี, เมล็ดทานตะวัน, ถั่ว, ธัญพืช ฯลฯ ซึ่งการได้รับวิตามินอีมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ, อ่อนเพลีย, ตาพร่ามัว, แน่นท้อง, ท้องร่วง และถ้าร่างกายมีวิตามินอีสูงมาก ก็อาจขัดขวางการดูดซึมวิตามินเออีกด้วย ดร. Eric Klein แห่งสถานพยาบาลคลีฟแลนด์ระบุว่า “คนมักคิดว่า วิตามินเป็นของที่ไม่อันตราย แม้กินมากก็ไม่ได้ส่งผลเสีย แต่ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า หากเรารับประทานอาหารครบ 5 หมู่อย่างสม่ำเสมอแล้ว การกินวิตามินเสริมก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ซ้ำร้ายยิ่งกินมาก ก็อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้”

3. คอลลาเจน (Collagaen)

หากกินคอลลาเจนแล้วรู้สึกคลื่นไส้ อยากจะอาเจียน แต่ถ้าแพ้รุนแรง จะบวมเป็นผื่นขึ้น ถึงขั้นแน่นหน้าอก หลอดลมตีบ หายใจไม่ออกได้เลย ยิ่งคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึก คนที่แพ้อาหารทะเลถ้ากินคอลลาเจนชนิดนี้จะเกิดอาการแพ้รุนแรง ดังนั้นคนที่มีโรคประจำตัว หรือ แพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยง หรือแนะนำทานคอลลาเจนที่ได้รับมาตรฐานในการผลิต นอกจากนี้ยังมีสารปนเปื้อน กระบวนการผลิตคอลลาเจนของแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน บางยี่ห้องอาจจะไม่ได้มาตรฐาน หรือแอบใส่สารเพิ่มความขาวซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งเมื่อเราทานเข้าไปแล้วอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย หรือได้รับสารพิษสะสม เมื่อนานไปอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ และถ้าเรารับประทานคอลลาเจนที่ไม่ได้มาตรฐานติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ไตทำ งานหนัก เพราะคอลลาเจนส่งจะผ่านทางไต มันจะทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น นอกจากอาหารที่เรารับประทานทุกวันแล้ว ยังต้องมาทำงานล่วงเวลาขับคอลลาเจนอีก ดังนั้นใครที่มีปัญหาเรื่องไตหรือเป็นโรคไต รวมไปถึงผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงนะค่ะ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดไม่จำเป็นจะต้องเป็นยี่ห้อใด โอกาสที่จะมีผลเสียต่อตับและไตแทบจะไม่มีเลย เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนเป็นยา อย่างไรก็ตามการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นควรรับประทานอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือน และแนะนำให้รับประทานติดต่อกันจนกระทั่งถึงเดือนที่ 6 แล้วค่อยหยุดการรับประทาน 1 เดือน สาเหตุที่ให้หยุดการรับประทานเนื่องจากโดยปกตินั้นร่างกายสามารถสร้างสารอาหารเหล่านี้ได้เองตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นหากเราได้รับเป็นเวลานานก็อาจจะทำให้ร่างกายสูญเสียประสิทธิภาพไปในการผลิต และอีกอย่างหากมีผลิตใดที่มากเกินความจำเป็นร่างกายก็จะสามารถกำจัดออกได้ทัน

ระยะเวลาในการกินอาหารเสริมและวิตามินต่างๆ

**สารอาหารบางชนิดที่มีคุณสมบัติละลายในน้ำเช่น วิตามินซี และบี ถ้ามีปริมาณมากเกินไปร่างกายสามารถขับออกได้พร้อมกับปัสสาวะ แต่ถ้ามีความรู้สึกกังวลแนะนำให้ทานติดต่อกัน 6 เดือน และเว้นการทาน 1 เดือนแล้วค่อยกลับมาทานต่อ ส่วนวิตามินที่ละลายในไขมันคือ A D E K ให้ทานติดต่อกัน 3 เดือน และเว้นการทาน 1 เดือนแล้วค่อยกลับมาทานต่อ ทั้งนี้เนื่องจากวิตามินที่อยู่ในกลุ่มละลายในไขมันหากรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับได้**

ที่มา – http://www.thaijobsgov.com/jobs=63395

loading...

Post Author: admin