อาการปวดหลังมีหลายแบบ…เป็นแบบไหน? ถึงควรไปพบแพทย์

loading...
 
อาการปวดหลังมีหลายแบบ…เป็นแบบไหน? ถึงควรไปพบแพทย์

1. ปวดรุนแรง ปวดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทานยาและนอนพัก อาการไม่ดีขึ้น

2. มีการกดทับเส้นประสาท ทำให้มีปวดร้าวจากสะโพกลงไปที่ ขา ปวดแสบร้อน ขาชา ขาอ่อนแรง

3. ไม่สามารถ กลั้นอุจจาระ กลั้นปัสสาวะ (อุจจาระ/ปัสสาวะราด)

4. มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีก้อน ไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด คลื่นไส้อาเจียน ปวดบวมตามข้อ

อาการปวดหลัง

พบ 3 แบบ อาจพบเพียงแบบใดแบบหนึ่งหรือพบร่วมกันหลายๆแบบ

1. ปวดเฉพาะบริเวณแผ่นหลัง หรือ เฉพาะบริเวณสะโพก

2. ปวดร้าวลงไปที่ขา ร่วมกับอาการขาชา หรือ ขาอ่อนแรง ซึ่งแสดงว่ามีการกดทับของเส้นประสาท

3. ปวดที่หลัง/สะโพก ร่วมกับอาการปวดร้าวลงไปที่ขา ขาชา ขาอ่อนแรง

สาเหตุของอาการปวดหลังที่พบได้บ่อย

– กล้ามเนื้อ(เส้นเอ็น)อักเสบ จากท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือ อ้วน มักจะเป็นเรื้อรัง เป็นๆหายๆ

– กล้ามเนื้อเคล็ด(กล้ามเนื้อฉีกขาด) จากการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง หรือ อุบัติเหตุ มักจะเป็นเฉียบพลันทันที

– พังผืดยึดกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท จะมีจุดกดเจ็บชัดเจนที่หลังหรือสะโพก และอาจมีร้าวลงขาร่วมด้วย

loading...

– หมอนรองกระดูกแตก(เคลื่อน) มักพบในผู้ที่ก้มตัวยกของหนักมากเกินไป หรือ บิดเอี้ยวตัวขณะยกของ

– กระดูกสันหลังเสื่อม มักพบในคนอายุมากกว่า 40 ปี อาจมี กระดูกสันหลังเคลื่อน(เลื่อน) ร่วมด้วย

– อวัยวะภายใน เช่น ไตอักเสบ ปีกมดลูกอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร ปอดติดเชื้อ หัวใจขาดเลือด เป็นต้น

– สาเหตุอื่น เช่น ความเครียด โรครูมาทอยด์ เกาต์ ติดเชื้อในกระดูก เนื้องอกมะเร็งกระดูก กระดูกสันหลังคด
กระดูกสันหลังแตกหัก กระดูกแตกยุบตัวจากโรคกระดูกพรุน โรคกระดูกสันหลังยึดติด (AS) เป็นต้น

แนวทางวินิจฉัย

ส่วน ใหญ่วินิจฉัยได้จากการถามประวัติและตรวจร่างกาย ไม่ต้องถ่ายภาพรังสี(เอกซเรย์) ยกเว้น อาการมาก หรือ รักษาแล้วไม่ดีขึ้น
แต่เอกซเรย์ทั่วไป จะเห็นเฉพาะกระดูก ไม่เห็นกล้ามเนื้อ หมอนรองกระดูก เส้นประสาท บางกรณีจึงต้อง เอกซเรย์คอมพิวเตอร์(ซีที) เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(เอ็มอาร์ไอ) หรือ ฉีดสีเข้าสันหลัง (มัยอีโลแกรม)

แนวทางรักษา

* ลดน้ำหนัก งดเหล้า งดบุหรี่ ปรับเปลี่ยนท่าทางในการดำเนินชีวิตประจำวันให้เหมาะสม หยุดพักการใช้หลัง หลีกเลี่ยงยกของหนัก นอนพักแต่ไม่ควรนานเกินกว่า 2–3 วัน เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อลีบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้กลายเป็นปวดหลังเรื้อรังได้

* ประคบด้วยความเย็นหรือความร้อน เช่น น้ำแข็งใส่ในถุงพลาสติกแล้วห่อด้วยผ้า หรือ ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ประคบ 10 – 15 นาที หรือ ประคบร้อน 4 นาที สลับเย็น 1 นาที อาจใช้ ครีมนวด ร่วมด้วยได้แต่ต้องระวังอย่านวดแรง

* ยา เช่น ยาบรรเทาปวดลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสร้างกระดูกอ่อน ยาชะลอความเสื่อม

* กายภาพบำบัด เช่น นวด ดึงหลัง อบหลัง บริหารกล้ามเนื้อ เครื่องรัดหลัง(ไม่ควรใส่นานเพราะกล้ามเนื้อจะลีบ)

* การผ่าตัด ถือว่าเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้ในผู้ที่มีอาการมากและรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่ดีขึ้น

ขอขอบคุณ : นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์
ที่คุณหมออนุญาตให้เพจนำข้อมูลมาแบ่งปันแฟนๆ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่คนที่ยังไม่รู้ จะได้หาแนวทางรักษาที่ถูกต้อง

ข้อมูล…เพจสุขภาพบำบัด
ที่มา…http://www.bloggang.com

loading...

Post Author: admin