เตือนอันตราย!! กินไม่ระวัง เสี่ยงไขมันสะสมคั่งในตับ ตับอักเสบเรื้อรัง

loading...

 

เตือนอันตราย!! กินไม่ระวัง เสี่ยงไขมันสะสมคั่งในตับ ตับอักเสบเรื้อรัง

ปัจจุบันพฤติกรรมการกินอยู่ในชีวิตประจำวันของประชากรทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป อย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงพบคนไทยเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการกินอยู่ที่ไม่ เหมาะสมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในโรคกลุ่มนี้คือ โรคตับคั่งไขมัน หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า โรคไขมันพอกตับ

โรคตับคั่งไขมันเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ โรคอ้วนลงพุง การดื่มสุราอย่างเรื้อรัง การรับประทานยาบางชนิดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะฮอร์โมนและสเตียรอยด์ เป็นต้น
ในที่นี้จะกล่าวถึงโรคตับคั่งไขมันที่เกิดจากภาวะอ้วนลงพุง

ซึ่งพบบ่อยมากในสังคมไทยยุคปัจจุบัน เกิดจากการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปคล้ายชาวตะวันตกมากขึ้น เช่น การรับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูงจำพวกคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูงผิดปรกติ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนในที่สุด ซึ่งกลุ่มอาการดังกล่าวรวมเรียกว่า อ้วนลงพุง หรือกลุ่มอาการเมตาบอลิก

นอกจากนี้การมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและขาดการออกกำลังกายก็เป็นปัจจัย เสริมให้เกิดโรคอ้วน นำไปสู่การสะสมของสารอาหารต่างๆในรูปไขมันภายในเนื้อตับที่มากกว่าปรกติ ก่อให้เกิดการอักเสบภายในเนื้อตับเรื้อรัง อาจทำให้เกิดภาวะตับแข็ง และเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆของภาวะตับแข็งรวมทั้งมะเร็งตับในที่สุด

loading...

โรคนี้มักพบในผู้ป่วยอ้วนลงพุง น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ผู้ที่ตรวจพบโรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง จะเป็น กลุ่มเสี่ยงต่อโรคตับชนิดนี้ ในกรณีที่สงสัยแพทย์จะทำการตรวจภาพรังสีวินิจฉัยของช่องท้องด้านบนเบื้องต้น ด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์ว่ามีลักษณะบ่งชี้ถึงภาวะไขมันที่คั่งในตับมากกว่า ปรกติหรือไม่

ผู้ป่วยโรคตับชนิดนี้ส่วนใหญ่มักตรวจเลือดไม่พบการอักเสบของตับ และไม่มีอาการแสดงของโรค โรคนี้ถือเป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน หากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เนื่องจากมักพบว่าผู้ป่วยโรคตับคั่งไขมันมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอด เลือดแดงและหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการตายที่พบร่วมได้บ่อยในผู้ป่วยโรคตับคั่งไขมัน

สิ่งสำคัญของการรักษาโรคนี้คือ การลดน้ำหนัก และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น นม เนย กะทิ ชีส กุ้ง ปูไข่ ไข่แดง ไม่รับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลมากเกินไป ควรลดปริมาณอาหารลงในแต่ละมื้อ ไม่ควรลดน้ำหนักด้วยวิธีงดอาหาร หรือรับประทานผลไม้แทนมื้ออาหาร

เนื่องจากมักพบว่าการรับประทานผลไม้มากเกินไปจะทำให้มีการสะสมน้ำตาลจากผล ไม้เป็นไขมันในเนื้อตับในที่สุด ส่งผลทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง รวมทั้งทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ในกรณีที่ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือดสูงควรควบคุมอาหารหรือใช้ยา เพื่อทำให้ผลเลือดอยู่ในเกณฑ์ปรกติ

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่ไม่จำเป็น ตลอดจนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจมีผลข้างเคียงต่อตับ และงดดื่มสุรา หากเรารู้จักดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆแล้ว ก็ไม่ยากที่จะหลีกเลี่ยงจากโรคชนิดนี้ได้ หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีความเสี่ยงหรือเป็นโรคตับคั่งไขมันควรปฏิบัติตนตาม คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์

ที่มา : โลกวันนี้วันสุข โดย นพ.พูลชัย จรัสเจริญวิทยา
แหล่งข้อมูล…http://www.thaihealth.or.th

loading...

Post Author: admin