เคล็ดลับง่าย ๆ แก้ปวดหลังให้ตรงจุด อาการปวดก็หยุดและบรรเทา

loading...
ปวดหลัง

อาการปวดเมื่อยตามร่างกายโดยเฉพาะอาการปวดหลัง ดูเหมือนจะไม่ได้เกิดกับคนสูงอายุเท่านั้น แต่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ก็เป็นกันถ้วนหน้า เพราะอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามอายุอานาม แต่เป็นผลจากไลฟ์สไตล์บางอย่างของเราต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานนาน ๆ, สะพายกระเป๋าหนัก ๆ, นั่งรถหลายชั่วโมงเพื่อเดินทางไปทำงานหรือไปเที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมทั้งการก้มยกของแบบผิดท่าทาง ซึ่งพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำทุกวันเช่นนี้ก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้นมาได้ง่าย ๆ

และยุคนี้คนหนุ่ม-สาวหันมารักสุขภาพมากขึ้น อยากมีร่างกายแข็งแรง ฟิต&เฟิร์ม จึงลุกขึ้นมาออกกำลังกายกันยกใหญ่ บ้างก็ไปฟิตเนส บ้างก็เล่นกีฬาตามชอบ แต่บางทีก็จัดหนักเกินไป หรือทำท่าทางไม่ถูกต้อง อาการปวดกล้ามเนื้ออย่างเฉียบพลันเลยถามหา แต่บางคนอาจมีอาการปวดเรื้อรังจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เลย

ปวดหลัง

เห็นได้ชัดว่าไลฟ์สไตล์ของเราในทุกวันนี้เปิดโอกาสให้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาเยือนเราได้ง่ายเกินกว่าที่เราจะคาดคิดจริง ๆ นะคะ แล้วเราจะป้องกันและแก้ไขอาการปวดเมื่อยแบบนี้อย่างไรดี ?

หากเราเป็นพนักงานออฟฟิศที่จำเป็นต้องนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง สิ่งสำคัญเลยก็คือควรนั่งให้ถูกท่า คือนั่งหลังตรง หาหมอนมาหนุนหลังส่วนล่าง ปรับระยะหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา แล้วอย่าลืมลุกจากที่นั่งทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ และยืดเส้นยืดสาย

แต่สำหรับคนที่มักจะปวดหลังจากการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา นั่นแสดงว่าเราอาจออกกำลังกายผิดท่า หรือเล่นกีฬาผิดวิธี รวมทั้งไม่ได้อบอุ่นร่างกายให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ก่อน แต่ถ้าเราวอร์มร่างกายให้พร้อมก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง ก็จะช่วยป้องกันอาการปวดกล้ามเนื้อได้ค่ะ ซึ่งวิธีอบอุ่นร่างกายเบื้องต้นทำได้ตามนี้

อบอุ่นร่างกาย

– ยืดเหยียดร่างกายส่วนบน หรือช่วงลำตัว โดยหมุนไหล่เบา ๆ บิดเอว หรือสะบัดแขน ทำอย่างช้า ๆ อย่ากระชาก หรือทำรุนแรง เพราะอาจทำให้บาดเจ็บได้ แต่ละท่าควรใช้เวลาประมาณ 10-30 วินาที

loading...

– หมุนข้อต่อต่าง ๆ อย่างช้า ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก ข้อไหล่  คอ เอว สะโพก ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า เพื่อให้ข้อต่อหล่อลื่น โดยหมุนตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกาสลับกันไป

– ยืดเหยียดกล้ามเนื้อขาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ ด้วยการเดินไปเดินมาเร็ว ๆ หรือปั่นจักรยานอยู่กับที่ก็ได้

– วอร์มอัพเบา ๆ ด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้ง ประมาณ 3-5 นาที เพื่อกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนของเลือด

– ระหว่างยืดเหยียดร่างกาย ควรหายใจลึก ๆ เป็นจังหวะช้า ๆ เพื่อเพิ่มออกซิเจนเข้าสู่กล้ามเนื้อ หากหายใจเร็วเกินไปจะทำให้ร่างกายตึงเครียดได้

การวอร์มอัพร่างกายนอกจากจะช่วยป้องกันความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นได้แล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อกลับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทิ้งความอ่อนล้าให้กล้ามเนื้อรู้สึกปวดเมื่อยได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะออกกำลังกายในท่าไหน หรือเล่นกีฬาอะไร เราก็ควรศึกษาท่าออกกำลังกายที่ถูกต้องและปฏิบัติตามนั้นด้วยนะคะ และถ้าใครมีอาการปวดหลัง ก็ไม่ควรเล่นกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้อหลัง หรือบิดตัวมาก ๆ เช่น โบว์ลิ่ง เทนนิส กอล์ฟ บาสเกตบอล หรือยกน้ำหนัก ลองหันมาว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือเดิน จะช่วยบรรเทาและป้องกันอาการปวดหลังได้ดีกว่า

ทว่าหากใครรู้สึกปวดกล้ามเนื้อขึ้นมา หลังจากออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมใด ๆ อยู่ก็ตาม วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดในการบรรเทาอาการปวดก็คือ การใช้พลาสเตอร์บรรเทาปวด เพียงแค่ลอกออกแล้วแปะตรงบริเวณที่ปวด ก็ออกฤทธิ์บรรเทาปวดได้นาน ดังนั้นใครที่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแบบนี้ อย่าปล่อยให้ความทรมานจากอาการปวดอยู่กับเรานานต่อไปอีกเลย ในเมื่อมีตัวช่วยบรรเทาอาการปวดแบบง่าย ๆ แค่ปิดที่ปวด เพื่อบรรเทา และหากสนใจวิธีแก้ปวดกล้ามเนื้อที่สะดวกอย่างนี้ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://tigerbalm.com/th นะคะ

loading...

Post Author: admin