วิธีเคล็ดแก้บนในสิ่งที่จำไม่ได้ ชีวิตไม่เจริญก้าวหน้า เพราะมีบางอย่างฉุดรั้ง

loading...
 
วิธีเคล็ดแก้บนในสิ่งที่จำไม่ได้ ชีวิตไม่เจริญก้าวหน้า เพราะมีบางอย่างฉุดรั้ง

อย่างที่กล่าวไปแล้วเรื่องการบนบานนั้นเป็นการอธิษฐานขอในสิ่งที่ตนปรารถนาจะได้เมื่อได้แล้ว หากลืมหรือไม่ไปแก้ก็จะกลายเป็นข้อผูกพันที่จะฉุดรั้งไม่ให้เจริญก้าวหน้าโดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่เราได้ไปบนบานเอาไว้ท่านจะชี้ลางบอกเหตุให้เราทราบ อย่างน้อยที่สุดคือ จิตของเราจะตกลงไม่ผ่องใสเป็นหนี้กรรมที่ติดตัวไปเหมือนเจ้ากรรมนายเวรมาตามทวงหนี้

อย่างที่กล่าวไปแล้วเรื่องการบนบานนั้นเป็นการอธิษฐานขอในสิ่งที่ตนปรารถนาจะได้เมื่อได้แล้วหากลืมหรือไม่ไปแก้ก็จะกลายเป็นข้อผูกพันที่จะฉุดรั้งไม่ให้เจริญก้าวหน้าโดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่เราได้ไปบนบานเอาไว้ท่านจะชี้ลางบอกเหตุให้เราทราบ อย่างน้อยที่สุดคือ จิตของเราจะตกลงไม่ผ่องใสเป็นหนี้กรรมที่ติดตัวไปเหมือนเจ้ากรรมนายเวรมาตามทวงหนี้

เจ้ากรรมนายเวรเหล่านี้จะคอยตามขัดลาภทำให้มีอุปสรรคนานัปการ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูงระดับเทวดาหรือพรหมเทพท่านอาจไม่เอาความเพราะเป็นการก่อบาปกรรมขึ้นมาอีก แต่เหล่าผีตีนโรงตีนศาลที่เป็นบริวารผู้รับเรื่องที่ขอให้ช่วยจะคอยติดตามทวงหนี้ที่เราเสนอไว้อย่างไม่ลดละ และเมื่อมีการแก้บนแล้วหรือได้ชดใช้ไปแล้ว ความเดือดร้อนทั้งหลายก็อาจจะหมดไป หากยังไม่หมดก็ต้องพิจารณาเรื่องกรรมเดิมที่เราเคยทำเอาไว้อีกทีหนึ่ง

เคล็ดการแก้บนในสิ่งที่จำไม่ได้

เริ่มจากการถือศีล 8 เป็นเวลา สามวันเป็นอย่างน้อยแล้วปฏิบัติธรรมสวดมนต์ไหว้พระ ฝึกสตินั่งสมาธิแผ่เมตตาเป็นการแก้ด้วยการปฏิบัติบูชาด้วยหลักแห่งพุทธะ เมื่อปฏิบัติตนรักษาศีลได้จนวันสุดท้ายก็จัดเครื่องบวงสรวงโดยมีอาหารคาวหวาน น้ำ ตามแต่กำลังจะมีโดยจัดวางเครื่องเซ่นเหล่านั้นไว้บนโต๊ะที่ปูด้วยผ้าขาววางไว้กลางแจ้ง แล้วกล่าว บทชุมนุมเทวดา แล้วกล่าวอัญเชิญเทพพรหมทุกชั้นฟ้า เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่เราเคยได้บนบานเอาไว้แล้ว ทั้งสมหวังบ้างผิดหวังบ้างจำได้ก็ดี จำไม่ได้ก็ดีว่า

“ขอให้มารับเครื่องบวงสรวงสักการะเหล่านี้และผลบุญจากที่เราได้ปฏิบัติธรรมนั้นขอมอบถวายแด่ท่าน ขอให้ท่านทั้งหลายจงรับและอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ ฯ”

loading...

สุดท้ายจะขอพรด้วยก็ได้แต่ห้ามบนอีกเป็นอันขาดแล้วปักธูปลงบนอาหารทุกอย่าง โดยใช้ธูปจำนวน 36 ดอกพยายามปักกระจายกันไปในอาหารแต่ละอย่างเมื่อธูปหมดดอกแล้วก็กล่าวลาท่านว่า

“บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ข้าพเจ้าขอลาเครื่องบวงสรวงเหล่านี้เพื่อเป็นสิริมงคลของผู้บริโภคต่อไปด้วยเถิด”

จากนั้นนำกระทงใส่อาหารทุกอย่าง อย่างละเล็กละน้อยนำไปตั้งไว้ที่ทางสามแพร่งเพื่อให้เหล่าภูติผีตีนโรงตีนศาลและเหล่าผีพเนจรมารับอาหารนั้นไปแล้วนำอาหารส่วนที่เหลือแจกจ่ายให้เป็นทานแก่ผู้อื่นต่อไปเป็นการแผ่ส่วนบุญกุศลไปถึงผู้ที่รับบนบานทุกรูปทุกนามอีกต่อหนึ่งด้วย ส่วนตัวเราเองจะแบ่งอาหารเหล่านั้นกลับไปรับประทานเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตก็ได้

คาถาชุมนุมเทวดา

ชุมนุมเทวดา

สะรัชชัง สะเสนัง สะพันธุง นะรินทัง
ปะริตตานุภาโว สะทา รักขะตูติ ผะริตวานะ
เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา อะวิกขิตตะจิตตา
ปะริตตัง ภะณันตุ
สัคเค กาเม จะรูเป คิริสิขะระตะเฏ
จันตะลิกเข วิมาเน ทีเป รัฏเฐ จะ
คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะ
วัตถุมหิ เขตเต ภุมมา จายันตุ เทวา
ชะละถะละ วิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา
ติฏฐันตา สันติเกยัง มุนิวะระวะ จะนัง
สาธะโว เม สุณันตุ
ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา
ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา
ธัมมัสสะวะ นะกาโล อะยัมภะทันตา

จากหนังสือเรื่อง ใครทำได้ (หรือได้ทำ) รวยโคตร โคตร โดย ชำนาญ การวิเศษ และจิตตะวชิระ
แหล่งที่มา…พระอธิการ นพดล กันตสีโล วัดหนองรั้ว

loading...

Post Author: admin