คุณต้องมีส่วนผสม 3 ชนิดนี้ แล้วห้องน้ำของคุณจะสะอาด ใหม่เอี่ยม

loading...

3 ส่วนผสมสำหรับทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง ทำให้กระเบื้องของคุณเหมือนใหม่ และ เคล็ดลับในการทำให้มันสะอาดไร้ที่ติ
คุณไม่ต้องการที่จะทำความสะอาดห้องน้ำใช่ไหม ? มันเป็นอะไรที่เหมือนฝันร้าย มันไม่ได้หมายถึงสิ่งสกปรกใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันเกี่ยวกับน้ำยาทำความสะอาดที่มีสารพิษที่คุณต้องใช้ทำความสะอาด ส่วนใหญ่น้ำยาทำความสะอาดจะมีสารฟอกขาวและสารเคมีมากมาย เมื่อคุณต้องใช้พวกมัน คุณต้องสวมหน้ากากป้องกันไอระเหยของสารพิษ จริงๆแล้วมันมีวิธีทำความสะอาดที่แทบจะไม่มีสารพิษและง่ายมากสำหรับคุณ มีสูตรจากธรรมชาติที่ประหยัดค่าใช้จ่าย และ ช่วยทำให้กระเบื้องของคุณขาวสะอาดขึ้น โดยปราศจากสารพิษใดๆ ไปกระทบผิวหน้าของคุณ

คุณต้องมีส่วนผสม 3 ชนิดนี้

– เบคกิ้งโซดา 1/2 ถ้วย
– สบู่เหลว 1 ช้อนชา
– ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1/4 ถ้วย

วิธีทำ
ใช้ขวดบีบขนาดเล็ก ใส่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ สบู่เหลว และ เบคกิ้งโซดา จากนั้นก็ผสมให้เข้ากัน
เบคกิ้งโซดาทำหน้าที่ขจัดคราบสะสมของแผ่นกระเบื้อง ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทำให้กระเบื้องขาวสะอาดอย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีใช้?
เมื่อคุณเตรียมส่วนผสมสำหรับทำความสะอาดของคุณเรียบร้อยแล้ว นำมาใช้บนกระเบื้องที่ต้องการทำความสะอาดคราบฝังลึก ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที มันจะทำให้สิ่งสกปรกบนกระเบื้องละลายหายไปกับน้ำ มันจะกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณที่จะขจัดสิ่งสกปรกออก ถ้าคุณไม่พบคราบหนักบนกระเบื้อง คุณสามารถใช้ส่วนผสมนี้กับฟองน้ำเปียกทำความสะอาดกระเบื้องและห้องน้ำได้ ทั้งหมด

ภาพ http://www.rak-sukapap.com/2016/06/3_6.html
loading...

เมื่อคุณได้ขัดพื้นเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่ล้างออกด้วยน้ำ คุณสามารถทำซ้ำขั้นตอนนี้ในการทำความสะอาดในบริเวณที่คุณพบสิ่งสกปรกหรือเศษ ตกค้าง

เมื่อคราบถูกขจัดออกและกระเบื้องดูสะอาดแล้ว คุณต้องดูให้แน่ใจว่าทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิม คุณไม่จำเป็นต้องขัดมันทุกครั้ง หลังจากนี้ไม่กี่สัปดาห์ คุณค่อยทำ

ดังนั้นคุณควรเตรียมความพร้อมกับการแก้ปัญหานี้ คุณสามารถที่จะรักษาสภาพห้องน้ำและกระเบื้องของคุณ ผสมน้ำและน้ำส้มสายชูในอัตรา 1-1 จากนั้นนำไปใส่ในขวดสเปรย์ วางใกล้กับฝักบัวอาบน้ำ เพื่อให้คุณสามารถฉีดสเปรย์บนกระเบื้องทุกครั้งหลังอาบน้ำ เพียงทำเช่นนี้แค่ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ คุณจะมีห้องอาบน้ำที่สะอาด

หมายเหตุ : ควรระบุขวดให้ชัดเจนป้องกันความสับสน

เรียบเรียงข้อมูลโดย : รักสุขภาพ

loading...

Post Author: admin