คำแผ่เมตตาให้ตนเองและผู้อื่น และอานิสงส์ของการแผ่เมตตา…

loading...
 
คำแผ่เมตตาให้ตนเองและผู้อื่น และอานิสงส์ของการแผ่เมตตา…

การแผ่เมตตา เป็นสิ่งที่โบราณบัณฑิตทั้งหลายปฏิบัติต่อกันมาตามลำดับ เพราะเห็นประโยชน์ว่า การแผ่เมตตานี้จะทำให้ผู้ปฏิบัติเป็นประจำมีจิตใจอ่อนโยน เยือกเย็นลงได้ และทำให้มองเห็นว่าการที่มนุษย์หวังดีต่อกันนั้นเป็นทางนำให้โลกเกิดสันติ สุขได้

และเมื่อตัวเองได้รับความสุขแม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องการให้เพื่อนร่วมโลกได้ รับความสุขอย่างนั้นบ้าง จึงได้แผ่กระแสจิตอันเยือกเย็นและอ่อนโยนนั้นไปยังผู้อื่น

ผู้ได้รับเมตตาจิตนั้นแล้วก็จะพลอยมีจิตอ่อนโยน เยือกเย็น และได้พบกับความสุขทางใจไปด้วย ด้วยเหตุแห่งการแผ่เมตตาไปยังเพื่อนมนุษย์เช่นนี้จึงทำให้มนุษย์และสัตว์ อยู่กันด้วยความมีน้ำใจดีต่อกัน รักใคร่กันฉันพี่น้อง และหันหน้าเข้าหากันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้อยู่กันด้วยความอบอุ่นไว้วางใจกัน ปราศจากความระแวกันและกัน เป็นเหตุให้ไม่เบียดเบียนกันแต่จะอุดหนุนเกื้อกูลกันและกันด้วยน้ำใสใจจริง

การแผ่เมตตาท่านบอกว่า การแผ่เมตตาให้ฝึกแผ่ให้ตนเองก่อน แล้วจึงแผ่ไป ยังคนใกล้ชิด ก่อนที่จะอุทิศบุญนั้นให้ตั้งสติ หายใจลึก ๆ ยาว ๆนึกถึงบุญกุศลที่เราได้ทำมาเท่าที่เราจำได้ว่าเราได้ทำความดีอะไรมาบ้าง และอธิษฐานจิตไว้ก่อน อธิษฐานจิตนั้นหมายความว่า ให้ตั้งสติสัมปชัญญะเมื่อสำรวมกาย วาจา ใจ ได้ตั้งมั่นแล้ว จึงแผ่เมตตาไว้ในใจสักครู่หนึ่ง มีเมตตาดีแล้ว ก็อุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดามารดา ปู่ย่าตายายเทวดาประจำตัวและเจ้ากรรมนายเวรของเราเป็นต้น ว่าเราได้บำเพ็ญอุทิศกุศลให้แล้ว ได้กุศลแล้ว ขออโหสิกรรม จะรู้สึกปลื้มปีติตื้นตันขึ้นมา

ถ้าหากท่านมีสมาธินํ้าตาของท่านจะร่วง ขนพองสยองเกล้าเป็นปีติเบื้องต้น การแผ่เมตตานั้นต้องมีสมาธิก่อน มีพลังส่ง มีเมตตาในตัวเองก่อน แล้วค่อยแผ่อุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่นจะได้ผล ทำบ่อยๆวันละหลายๆครั้งจนสภาวะจิตชินเพื่อเป็นรากฐานบุญของตัวเอง และพร้อมที่จะส่งให้ผู้อื่นอยู่เสมอๆ!! ส่วนการกรวดน้ำ เน้นกรวดน้ำโดยใช้น้ำจริงๆ เพราะจะฝากพระแม่ธรณีให้เป็นทิพยานโดยตรง!!

ขอให้ตั้งใจทำและหมั่นทำเป็นประจำเพราะก่อนชีวิตจะรุ่งเรืองมารมันจะมาสกัดทุกรูปแบบ ที่จะให้เลิกทำแม้คุณ จะถูกกดดันด้วยเรื่องการเงินอย่างไรก็ขอให้อดทนอย่าท้อ ถ้าทำงานมีธุรกิจก็แผ่ให้ธุรกิจ บริวาร ลูกค้า ที่มาติดต่อ แผ่ไปเลยให้ครอบคลุมบริษัทเรา ให้เพื่อนร่วมงานด้วย ให้เจ้านาย ฯลฯ ทุกวันเป็นประจำ ถ้าแผ่เมตตาด้วยพลังงานจิตที่ดี ทำทุกอย่างที่เป็นบุญถึงจะทำให้ชีวิตรุ่งเรืองเร็ว…และถึงขอพรให้ตัวเอง

คำแผ่เมตตาสำหรับตนเอง

อหํ สุขิโต โหมิ นิทฺทุกฺโข อเวโร อพฺยาปชฺโฌ อนีโฆ สุขี อตฺตานํ ปริหรามิ ฯ

ขอข้าพเจ้าจงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความคับแค้นใจ
จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด ฯ

คำแผ่เมตตาไปสู่ผู่อื่น

สพฺเพ สตฺตา สุขิตา โหนฺตุ นิทฺทุกฺขา อเวรา อพฺยาปชฺฌา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ ฯ

ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มี ความคับแค้นใจ จงมีความสุขการสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด ฯ

อานิสงส์ของการแผ่เมตตา

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในพระบาลีอังคุตตรนิกายว่า ผู้แผ่เมตตาเป็นประจำ ย่อมได้รับ อานิสงส์ 11 ประการ ดังนี้

loading...

1. หลับเป็นสุข คือ หลับสบาย หลับสนิท

2. ตื่นเป็นสุข คือเมื่อตื่นขึ้นมาก็สบายตัว สบายใจ หายอ่อนเพลีย ไม่มีอาการง่วงติดต่ออีก

3. ไม่ฝันร้าย คือ จะไม่ฝันเห็นสิ่งเลวร้ายทำให้สะดุ้งตื่นกลางคัน หรือไม่ฝันหวาดเสียวต่าง ๆ

4. เป็นที่รักของคนทั่วไป คือ จะเป็นคนมีเสน่ห์ ไปที่ใดก็ปราศจากศัตรูผู้คิดร้ายแม้ผู้ไม่ชอบใจก็จะกลับมาชอบได้

5. เป็นที่รักของอมนุษย์ทั่วไป คือแม้สัตว์ต่าง ๆ ก็รักผู้แผ่เมตตา ไม่ขบกัด ไม่ทำร้ายทำให้ปลอดภัยจากเขี้ยวงาทุกชนิด

6. เทวดารักษาคุ้มครอง คือ จะเดินทางไปไหนมาไหนเทวดาจะคุ้มครองให้ความปลอดภัยตลอดเวลา จะไม่ประสบอุปัทวภัยต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

7. ไฟ ศาสตรา ยาพิษ ไม่แผ้วพาน คือสิ่งเหล่านี้จะทำอันตรายมิได้ จะปลอดภัยจากสิ่งเหล่านี้

8. จิตเป็นสมาธิ(Meditation)เร็ว คือ ผู้แผ่เมตตาเป็นประจำ ถ้าทำสมาธิ จิตจะสงบนิ่งได้เร็ว หรือจะอ่านหนังสือจะทำงานอันใดก็ตาม จิตจะไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมตั้งใจได้เร็ว ทำงานนั้นสำเร็จสมประสงค์

9. หน้าตาผิวพรรณจะผ่องใส คือผู้มีเมตตาจิตเป็นประจำ หน้าตาและผิวพรรณจะมีน้ำมีนวลมีเสน่ห์เรียกความสนใจได้ จะดูอิ่มเอิบตลอดเวลา แม้จะมีอายุมาก แม้รูปร่างจะไม่สวยงาม แม้จะไม่ได้รับการแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางใด ๆ หน้าตาผิวพรรณก็ผ่องใสน่าดูน่าชมได้เสมอ

10. ไม่หลงเวลาตาย คือเวลาใกล้ตาย จะไม่หลงเพ้อ ละเมอ หรือโวยวายอย่างนั้นอย่างนี้หรือไม่ดิ้นทุรนทุรายเป็นที่น่าเวทนาของผู้พบ เห็น จะสิ้นใจอย่างสงบเหมือนนอนหลับไป ฉะนั้น

11. เมื่อไม่อาจบรรลุธรรมชั้นสูง ย่อมเข้าถึงพรหมโลก คือ ผู้มีเมตตาจิตเป็นประจำแม้ไม่ได้บรรลุธรรมชั้นสูงขึ้นไปกว่านี้ ก็ย่อมจะไปบังเกิดในพรหมโลกอันเป็นที่เกิดของผู้ได้ฌาน

เพราะฉะนั้นผู้ประสงค์เป็นที่รักเป็นที่นับถือของผู้อื่น หรือหวังความสุขความสงบความเยือกเย็นแห่งจิตใจจึงควรได้แผ่เมตตากันดูเถิด สร้างเมตตาธรรมไว้ในใจดีกว่าจะมานั่งเดือดร้อนใจด้วยไฟโกรธไฟริษยาอาฆาต และดีกว่าจะมาเสียเวลาหานะหาเมตตามหานิยมนะหน้าทอง เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ตัวเอง เพราะวิธีปลูกต้นเมตตานี้ไม่ทำให้หนักตัวเพราะพกพาไปไม่ต้องกลัวหายและไม่ต้องกลัวถูกลักขโมย เพราะมีติดตัวติดใจประจำอยู่ตลอดเวลา

ที่มา…http://www.topicza.com/news9684.html

loading...

Post Author: admin