วิวัฒนาการอาหารดีขึ้น..แต่ภูมิคุ้มกันน้อยลง ควรปรับอย่างไรให้สุขภาพดี

loading...

 

เนื่องด้วยปัจจุบันมนุษย์มีการดำเนินชีวิตกันแบบสังคมเมืองมากขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดหลายปัจจัยที่ทำให้มนุษย์ต้องมีการกำหนดเวลา เพราะมีการแข่งขันกันสูงขึ้น

จึงต้องเร่งรีบกับอะไรหลายๆ อย่างอยู่ตลอดเวลา จนไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องของการกินอาหารมากนัก ขอให้ได้เร็วก็เพียงพอ เลยมักจะเลือกกินอาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็งที่ช่วยลดระยะเวลาในการใช้ชีวิตให้มากที่สุด

จากความต้องการความสะดวกสบายนี้ จึงทำให้ผู้ผลิตสินค้าเหล่านั้นต้องผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ในทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นในเรื่องรสชาติที่บางประเภทต้องมีการใช้สารสังเคราะห์เพื่อทำให้รสชาติอร่อย หรือการปรุงแต่งสีสันให้อาหารดูมีความน่ากินขึ้น  และรวมถึงการพัฒนาให้อาหารแปรรูปนี้เก็บรักษาคุณภาพให้ได้นานขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ประโยชน์และคุณภาพของอาหารลดลง แต่อาหารเหล่านี้กลับเป็นอาหารชั้นเลิศสำหรับจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเราเพราะร่างกายของคนเราจะมีพวกจุลินทรีย์ทั้งที่ดีและไม่ดีอาศัยอยู่ หากเรากินอาหารเหล่านี้ทุกวันปริมาณจุลินทรีย์ที่ไม่ดีก็จะเพิ่มมากขึ้นในลำไส้ และจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง ทำให้เกิดความเสียสมดุลและส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

loading...

แล้วถ้าหากเราใช้ชีวิตด้วยการกินอาหารแปรรูปเหล่านี้ไปเรื่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้น! กับร่างกายเราบ้าง ถ้าระบบสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เสียไป แน่นอนว่าถ้าลำไส้ของเรามีปริมาณจุลินทรีย์ไม่ดีมากกว่าจุลินทรีย์ที่ดีแล้วละก็ นั่นก็คือ ลำไส้ของเราได้เสียสมดุลไปแล้ว ซึ่งจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีโดยส่วนใหญ่เป็นพวกที่สามารถหมักย่อยโปรตีนเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตแล้วได้สารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเน่า เช่น แก๊สไฮโดรเจซัลไฟด์หรือแก๊สไข่เน่า แก๊สมีเทน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นเหม็น ทั่งที่ปนมากับอุจจาระ หรือออกมาทางลมหายใจ และทางผิวหนังอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้สารพิษเช่น แอมโมเนีย (ammonia) เอมีน (amine) ฟีนอล (phenol) อินโดล (indole) พาราครีซอล (P-cresol) สแกโทล (skatol) ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพและความเสื่อมของร่างกาย หรืออาจะส่งผลให้มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

ดร.ชามีล่า ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโพรไบโอติก ได้ให้ความเห็นว่า “คนส่วนใหญ่มักคิดว่าระบบภูมิคุ้มกันและระบบทางเดินอาหารไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ที่จริงแล้วทั้งสองระบบนี้มีความใกล้ชิดและสัมพันธ์กัน ภายใต้ระบบทางเดินอาหารนั้นมีอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันซ่อนอยู่ถึง 70% ของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย โดยในระบบทางเดินอาหารของคนเราจุลินทรีย์อาศัยอยู่มากกว่า 400 สายพันธุ์ มีทั้งจุลินทรีย์ที่ดีและไม่ดี อัตราส่วนของจุลินทรีย์ “ดีต่อร่างกาย” และ “ไม่ดีต่อร่างกาย” นั้นอยู่ที่ประมาณ 80% ต่อ 20% แต่อัตราส่วนนี้ไม่ได้คงที่เสมอไป ซึ่งจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารมีผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันที่อยู่บริเวณนี้ด้วย

ดังนั้น การที่เรารับประทานอาหารที่มี “จุลินทรีย์โพรไบโอติก” จุลินทรีย์ ที่ดีมีประโยชน์ เข้าไปก็จะเข้าไปช่วยรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหารของเราให้มีสุขภาพดี โดยการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยขับสารพิษ ช่วยย่อยอาหาร และช่วยเรื่องการดูดซึมสารอาหาร  จากที่ได้ทราบแล้วว่า 70% ของระบบภูมิคุ้มกันอยู่ที่ทางเดินอาหาร ถ้าทางเดินอาหารของเรามีสุขภาพดีและอยู่ในสภาวะสมดุล ย่อมส่งผลให้ร่างกายของเราแข็งแร็งมีสุขภาพดีด้วย เห็นได้ชัดว่าโพรไบโอติกไม่เพียงแต่เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นในการรักษาสุขภาพที่ดีของระบบทางเดินอาหารเท่านั้น แต่ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าโพรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อการรักษาสุขภาพที่ดีของเราเอาไว้ นอกจากนี้ยังเหมาะต่อคนที่เจ็บป่วยเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานลดน้อยลงด้วย

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นคงจะทำให้เราตระหนักถึงการใช้ชีวิตให้มากขึ้น อย่านิ่งเฉยกับการไม่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพของเราอีกเลยคะ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพเราให้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทั้งทางตรงหรือทางออมเพราะสุขภาพที่ดีหาซื้อที่ไหนไม่ได้ นอกจากตัวเราเองที่สร้างขึ้นได้

เรียบเรียงโดย Admin Pak Kimji
http://www.healthandcuisine.com/24971/feature/dutch-mill/

loading...

Post Author: admin