เผยเทคนิค 4 ข้อ ที่ช่วยให้รอดพ้นจากเครื่องตรวจจับความเร็วได้ มีอะไรบ้าง? ไปดูกัน

loading...

maxresdefault

ปัจจุบันพระราชบัญญัติ จราจรทางบก ฉบับ 8 พ.ศ. 2551 กล่าวโดยสรุปได้ว่า รถยนต์ส่วนนั่งบุคคลให้ใช้ความเร็วในเขตเมืองไม่เกิน 80 กม./ชม. นอกเมืองไม่เกิน 90 กม./ชม. แต่สำหรับถนนบางเส้นได้มีการอนุโลมให้ใช้ความเร็วได้มากขึ้น เช่น ถนนมอเตอร์เวย์ไม่เกิน 120 กม./ชม. ทางด่วนและทางพิเศษบูรพาวิถีไม่เกิน 110 กม./ชม. เป็นต้น

2.รู้จักตำรวจ

     หากเป็นเส้นทางที่ เราคุ้นเคยและใช้เป็นประจำ ก็คงพอจะทราบว่ามีการตั้งกล้องจับความเร็ว หรือตั้งจุดสกัดเอาไว้ช่วงไหนบ้าง แต่ในกรณีที่ต้องใช้เส้นทางที่ไม่ชำนาญ ก็อาจลองค้นดูในกูเกิ้ลเอาก็ได้ ว่าถนนเส้นที่จะวิ่งนั้น มีการจับความเร็วตรงจุดไหนบ้าง ทางที่ดีควรเช็คข้อมูลที่ค่อนข้างอัพเดตนิดนึง เพราะคุณตำรวจมักมีการย้ายจุดตรวจอยู่บ่อยครั้ง

loading...

     3.รู้จักสังเกต

     การขับรถทางไกล หากเป็นคนรู้จักสังเกต ก็จะพบว่ารถที่วิ่งอยู่รอบข้างคุณนั้น (โดยเฉพาะรถบรรทุก) มักมีการส่งสัญญาณให้กันไปมาอยู่เรื่อยๆ เช่น ถ้ามีการกระพริบไฟสูงจากรถที่สวนมา อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าข้างหน้ามีด่านตรวจตั้งอยู่ หรือรถที่เพิ่งแซงเราไปด้วยความเร็วสูง จู่ๆก็ลดความเร็วลงต่ำกว่าปกติ อาจแปลได้ว่าเป็นรถเจ้าถิ่นที่รู้ตำแหน่งของกล้องจับความเร็วนั้นเอง

     4.รู้จักปฏิบัติตามกฎหมาย

     ไหนๆถ้าขับรถเร็ว เกินกฎหมายกำหนดมันลำบากนัก ก็ใช้ความเร็วไม่เกินกฎหมายเสียเลยดีกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและควรปฏิบัติอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่ทำให้เครียดแล้ว ยังไม่ต้องห่วงว่าจะโดนใบสั่งส่งตรงไปถึงหน้าบ้าน หรือต้องลงไปเจรจากับคุณตำรวจให้เสียเวลา

     ทั้งนี้ เราไม่สนับสนุนให้คุณผู้อ่านทำผิดกฎหมายแต่อย่างใดนะครับ ยกเว้นเสียแต่มีความจำเป็นจริงๆ ก็พอใช้เทคนิคเหล่านี้หลีกเลี่ยงได้นั่นเอง

loading...

Post Author: admin