ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดา (Baking Soda) เชื่อสิทำอะไรได้หลายอย่างมากกว่าที่คุณคิด

loading...
 
ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดา (Baking Soda) เชื่อสิทำอะไรได้หลายอย่างมากกว่าที่คุณคิด

เมื่อเราพูดถึง เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) เชื่อได้ว่าน่าจะมีทั้งคนที่รู้จัก และคนที่ไม่รู้จัก ซึ่งเบกกิ้งโซดานั้นจะมีลักษณะเป็นผงผลึกสีขาว สามารถนำไปทำประโยชน์ได้หลายอย่าง โดยหลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่าเจ้าผงเบกกิ้งโซดาเหมือนกับผงฟู หรือเป็นผงชนิดเดียวกันรึเปล่า เราจะยังไม่ให้คำตอบ แต่จะพาไปทำความรู้จักกับ เบกกิ้งโซดา ให้มากขึ้นว่าผงชนิดนี้นำมาใช้ทำอะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ไม่รอช้า ไปเริ่มกันดีกว่า

เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate) หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า โซดาทำขนม โดยเบกกิ้งโซดานั้นเป็นเพียงส่วนประกอบที่อยู่ในผงฟู ไม่ใช่ผงฟู มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว มีรสเค็มคล้ายโซเดียมคาร์บอเนต เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำและกรดอ่อนๆ ที่ได้มาจากส่วนผสมต่างๆ ก็จะทำให้เกิดฟองก๊าซขึ้นมา เบกกิ้งโซดาจึงถูกนำมาเป็นส่วนผสมในผงฟูนั่นเอง

ดังนั้น เมื่อเรานำเอาผงฟูใส่ลงไปในขนมปังแล้วเข้าเตาอบ จึงทำให้ขนมปังของเราดูฟู สวยงาม น่าอร่อย หรืออย่างในเค้กที่มีส่วนผสมเป็นผลไม้ซึ่งค่อนข้างมีความเป็นกรด ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจน คือ เค้กกล้วยหอม เมื่ออบเสร็จแล้วก็จะฟู ดูน่ารับประทาน แต่ขอแนะนำไว้ว่าส่วนผสมในขนมของเราต้องมีความเป็นกรด เบกกิ้งโซดาถึงจะทำปฏิกิริยา และหากเราใส่เบกกิ้งโซดาในปริมาณที่มากจนเกินไปก็จะทำให้ขนมของเรามีรสชาติเฝื่อน ไม่อร่อย

ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดา

นอกจาก เบกกิ้งโซดา จะมีประโยชน์ในการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของขนมที่เป็นเบเกอรี่ประเภทต่างๆ แล้ว เบกกิ้งโซดา ก็ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ด้วย ต้องบอกเลยว่าข้อมูลที่เรานำมาฝากกันนั้นแน่นจริงๆ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านได้อีกหลายด้าน ลองไปดูกันว่ามีสิ่งที่คุณกำลังต้องการหาอยู่รึเปล่า

หมักหมูให้นุ่ม : แนะนำว่าให้ใส่เบกกิ้งโซดาลงไปในหมูขณะที่กำลังหมักเพียงนิดหน่อยเท่านั้น หากใส่ลงไปมากอาจทำให้มีกลิ่นสารเคมีได้ เสียทั้งกลิ่นหอมของอาหาร เดี๋ยวจะพาลไปทำให้รสชาติไม่อร่อยด้วย

ผสมเป็นน้ำยาล้างสารพิษในผักและผลไม้ : ผสมเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนโต๊ะ กับน้ำเปล่าในปริมาณ 10 ลิตร จากนั้นนำผักและผลไม้แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำธรรมดา 2 ครั้ง จะช่วยกำจัดสารผิดที่ติดอยู่บริเวณเปลือก หรือผิวของผักและผลไม้ออกได้ 90%

ทำความสะอาดผักและผลไม้ : ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น 4 ถ้วย ใช้สำหรับล้างผักและผลไม้โดยการเอาแช่ทิ้งไว้สักครู่ เรียกว่าเป็นการรอให้ส่วนผสมเย็นตัวก่อน จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำธรรมดา จะช่วยทำให้ผักและผลไม้ดูสะอาด น่ากินมากยิ่งขึ้น

ทำความสะอาดเขียง : ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำธรรมดา ใช้สำหรับทำความสะอาดเขียงหลังจากใช้งาน จะช่วยทำให้เขียงหมดกลิ่นคาวไปได้อย่างหมดจด

สูตรหมักหมูนุ่มโดยใช้ Baking Soda

loading...

สิ่งที่ต้องเตรียม

เนื้อหมูสันใน หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอคำ (ประมาณ 200 กรัม)
ไข่ไก่ 1 ฟอง
แป้งมัน
น้ำตาลทราย
ผงเบกกิ้งโซดา (1/2 ช้อนชา)
ซอสถั่วเหลือง
น้ำมันหอย

วิธีการทำ

เริ่มต้นด้วยการใส่แป้งมันลงไปในหมูที่เตรียมไว้ประมาณ 3 ขีด ในอ่างผสม ใช้แป้งมันประมาณ 1 ช้อนชา ตามด้วยผงเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนชา น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป
ปรุงรสและเพิ่มความนุ่มของเนื้อหมูด้วยซอสถั่วเหลืองและน้ำมันหอยเพียงเล็กน้อยเพื่อให้พอมีรสชาติ แนะนำว่าไม่ควรใส่เยอะ เพราะเมื่อเวลาเรานำหมูไปปรุงอาหารจะทำให้มีรสชาติจัดเกินไป เมื่อใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปแล้วก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน
เมื่อผสมเครื่องปรุงทุกอย่างได้ที่ เข้ากันดีแล้ว ให้หากล่อง หรือภาชนะที่ฝาปิดสำหรับใส่หมูหมัก จากนั้นนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นก็เป็นอันเสร็จ สามารถนำมาปรุงอาหารที่เราต้องการได้อย่างสะดวก แนะนำว่าให้หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน ก็จะได้หมูที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม นำมาปรุงเป็นอาหารแบบไหนก็อร่อย

เบกกิ้งโซดา ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างมากกว่าที่คุณคิด

ข้อควรระวังในการใช้เบกกิ้งโซดา

เนื่องจากเบกกิ้งโซดานั้นเป็นสารเคมีที่เอาไว้ใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ รวมไปถึงการทำอาหารด้วย เพราะเบกกิ้งโซดามักเป็นส่วนผสมหนึ่งในการทำเค้ก หรือคุ้กกี้บางสูตรเพื่อให้เกิดความฟู นุ่ม น่ารับประทาน แต่ขอเตือนเอาไว้เลยว่าควรใส่แต่เพียงเล็กน้อย เพื่อให้เจ้าผงชนิดนี้เข้าไปทำปฏิกิริยากับส่วนผสมอื่นๆ เพียงเท่านั้น หากใส่มากจนเกินไปจะทำให้มีรสชาติของสารเคมี ขนมดูไม่อร่อย หรือหากนำผงเบกกิ้งโซดาไปใช้ล้างสารเคมีในผักและผลไม้ก็ไม่ควรใช้เยอะจนเกินไป เพราะเบกกิ้งโซดาจะเข้าไปกัดผิวของผักและผลไม้ หากใส่มากเกินไปสารเคมีเหล่านี้ก็จะแทรกซึมลงไปเนื้อ เมื่อนำมาปรุงอาหาร หรือรับประทานเปล่าก็จะมีรสชาติที่ไม่อร่อย อีกทั้งหากรับประทานเข้าไปมากๆ ก็อาจสะสมในร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว

ทีนี้ก็รู้แล้วว่า ผงเบกกิ้งโซดา และ ผงฟู เป็นผงคนละชนิดกัน แต่ก็มีประโยชน์ในการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้นต้องแบ่งแยกให้ออก ส่วนเรื่องของการนำเบกกิ้งโซดามาประกอบอาหาร หรือใช้ในครัวก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องไม่ทำเกินกว่าที่รายละเอียดกำหนดเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และไม่ให้เกิดรสชาติและกลิ่นหอมๆ ของอาหารนั้นเปลี่ยนแปลงเกินไป

ที่มา…http://www.thailovehealth.com

loading...

Post Author: admin