ดราม่าเรื่อง หมอและเจ้าหน้าที่ รพ. นอนหลับระหว่างการขึ้นปฏิบัติงานได้ด้วยเหรอ ??

loading...

123456

อยู่เวรหมอหลับได้ด้วยเหรอ‬ มีดราม่าเกี่ยวกับเรื่องหมอและเจ้าหน้าที่ รพ. นอนหลับระหว่างการขึ้นปฏิบัติงาน รายละเอียด ยาวหน่อยแต่ผมสรุป เรื่องที่เล่าโดยญาติผู้ป่วยมาดังนี้ครับ

เมื่อเวลา 03:30น. ได้พาพี่สาวไปโรงพยาบาลรํฐแห่งหนึ่ง มาถึงจอดหน้าประตูโรงพยาบาล ปรากฏว่าประตูปิด ผมเลยต้องกดกริ่งเรียกเจ้าหน้าที่เปิดประตูโรงพยาบาล เพราะเขาหลับอย่างสบายใจปิดไฟในห้องรปภ.ใช้เวลารอ 10 นาทีโดยประมาณ ก่อนจะไปห้องฉุกเฉินผมต้องเข้าไปเรียกบุรษพยาบาล เพื่อนำรถเข็นมารับพี่สาวที่นอนอยู่บนรถเดินไม่ไหว แต่ผมก็ต้องผิดหวังอีกครั้งเมื่อบุรุษพยาบาลคนนั้น เขานอนในห้องปิดไฟอย่างสบายใจในห้องระเบียนประวัติ และผมต้องนำรถเข็นมาเองเพื่อรอบุรุษคนนั้นมาเข็นไปที่ห้องฉุกเฉิน ใช้เวลารอช่วงนี้10 นาทีโดยประมาณ

ปรากฏว่าในห้องฉุกเฉินไม่มีหมอและพยาบาล อยู่แม้แต่คนเดียวเพราะเขาแอบไปหลับ อย่างสบายใจอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ แต่บุรุษพยาบาลคนนั้นเขารู้ เขาจึงเข้าไปปลุกให้ออกมาปฏิบัติหน้าที่

จากนั้นเมื่อหมอตรวจเบื้องต้น จึงสั่งให้ไปตรวจปัสสาวะ เมื่อพี่สาวเก็บปัสสาวะได้แล้ว ผมก็นำไปสั่งโดยต้องกดกระดิ่งเรียก และต้องรอผลตรวจ10 นาทีโดยประมาณ  เมื่อได้ผลตรวจ หมอจึงสั่งยาโดยให้หลานสาวผม มารับยาที่ห้องรับยาเพื่อเอาไปให้เขาฉีดพี่สาวผมในห้องฉุกเฉิน ปรากฏว่าเราต้องกดกริ่งเรียกเภสัชกร ที่กำลังหลับอย่างสบายใจเช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ผมต้องรอรับยาฉีด 5 นาทีโดยประมาณ จึงได้นำยานั้นไปให้หมอและพยาบาลใช้ฉีดพี่สาวผม ใช้เวลา 5 นาทีโดยประมาณ

จากนั้นหมอและพยาบาลจึงแจ้งหลานสาวผม ให้ไปรับยาที่ห้องรับยาเราก็ต้องกดกริ่ง เรียกเภสัชกรตื่นขึ้นมาเปิดไฟและจ่ายยาอีกครั้ง และเราก็รอเวลา 5 นาทีโดยประมาณ  จึงได้ยามา 3 – 4 ซองมีทั้งยากระเพาะ ยาแก้อับเสบ แก้ปวด ใส่ถุงตราโรงพยาบาลของรัฐและจ่ายค่ายา 30 บาทตามสิทธ์ของประชาชนผู้เสียภาษีให้แก่รัฐ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเราจึงเข็นพี่สาวไปที่รถ เพื่อที่จะกลับพร้อมกับหมอที่ยืนดู และเปล่งเสียงออกมาว่าถ้ายังไม่หาย ให้มาอีกครั้งในเวลา 9:00น.น่ะ

ผมนึกในใจว่าคงเป็นเวลาที่พวกคุณคงตื่นแล้วซิน่ะ แล้วทุกคนก็กลับไปหลับต่อ ตามหน้าที่คนของรัฐที่กินภาษีประชาชน รวมเวลาทั้งหมดในการมารักษาที่โรงพยาบาลทั้งสิ้น 1 ชั่วโมงโดยประมาณ

เรื่องนี้ หลักใหญ่ใจความ คือความผิดหวัง ในระบบการทำงานของ โรงพยาบาลโรงพยาบาลที่เกิดเหตุนี้ เป็นโรงพยาบาลในอำเภอแห่งหนึ่ง

เวลาตีสามครึ่ง .. ความคาดหวังของคนเขียนก็คือ อยากเห็นว่าไปถึงมีคนทำงานตื่นพร้อมหมอ พยาบาล นั่งตื่นนั่งอ่านหนังสือ หรือ นั่งคุยกันอยู่ คนไข้มาถึงแล้วตรวจได้ทันทีเจ้าหน้าที่ห้องแลป นั่งรอรับปัสสาวะ ญาติถือมาให้ปุ๊ปตรวจได้เลยและเภสัชกร รอที่หน้าเคาน์เตอร์พร้อมหยิบยาให้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่คิดว่าจะเห็น …ในเวลาตีสามตีสี่ ? ? ผมไม่แน่ใจว่าร้อยเปอร์เซนต์หรือเปล่าแต่คิดว่าไม่ร้อยก็เกือบร้อยล่ะ ว่าต่อให้เป็น รพ.เอกชนในกทม.หมอและเจ้าหน้าที่ก็นอนเหมือนกันครับ (อาจจะมีแค่บางตำแหน่งที่ต้องตื่นตลอดเวลา)

ยกเว้นกรณีเดียวที่ไม่นอนก็คือมีเคส มีงานเข้าอยู่ตลอดไม่ขาดสายนั่นคือไม่มีเวลาให้ง่วง ให้หลับนั่นเอง

loading...

สำหรับผมเองแล้ว เคยอยู่เวรเอกชนใน กทม.และอยู่ใน รพ.รัฐ ก็นอนครับ เพราะไม่มีคนไข้ ไม่มีอะไรให้หมอทำครับเหตุผลพื้น ๆ เลยครับ คนเราไม่มีอะไรทำ ในเวลาอย่างนี้ก็ต้องหลับครับ เวรดึกที่ไม่ได้นอนเลย ในชีวิตนี้
ก็ตอนที่อยู่ใน โรงเรียนแพทย์ครับไม่ใช่ว่า เสียสละ รู้หน้าที่ อะไรด้วยนะครับเหตุผลก็พื้น ๆ เช่นกัน เพราะมันมีอะไรให้ทำตลอดเวลาจะเอาเวลาที่ไหนไปนอน ส่วนที่หนักพอ ๆ กันก็ตอนที่อยู่ รพ.ประจำจังหวัดรพ.ศูนย์นี่ก็แทบไม่ได้นอน ต้องใช้คำว่า หมดสติเป็นพัก ๆ มากกว่าคือหลับทุกจังหวะที่ทำได้ นิดหน่อยก็เอา ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า อะไร ทำให้คนทั่วไปเกิดความคาดหวังแบบนี้

งานในโรงพยาบาล ไม่ได้ต้องการคนที่ตื่นตลอดเวลาแต่ต้องการคนที่พร้อมจะทำงานได้ในบริบทที่แตกต่างกัน ที่ห้องฉุกเฉิน ก็ทำงานได้เมื่อมีคนไข้เข้ามาที่ห้องผ่าตัด ก็ทำงานได้เมื่อมีกรณีฉุกเฉินต้องมีการผ่าตัดรักษาด่วน ที่ห้องแลปก็ตรวจได้เมื่อมีเคสที่ต้องการ ที่ห้องคลอด คนเจ็บท้องมาเมื่อไหร่ก็พร้อมที่จะดูแลทั้งสองชีวิต

นั่นคือ ความพร้อมที่จะทำงานโดยไม่จำเป็นต้อง “ตื่น” อยู่ตลอดเวลาไม่เหมือนงานในโรงงาน กะดึก ที่ต้องตื่น และทำงานในหน้าที่ตลอดเวลาไม่เหมือนพนักงานร้านสะดวกซื้อ ที่ต้องตื่นตลอดเวลา เพราะไม่รู้ว่าจะมีใครเข้ามาหยิบของในร้านเมื่อไหร่

ก็ไม่รู้ว่าทำให้ คนทั่วไปผิดหวังหรือเปล่าแต่ก็ยืนยันครับว่า อยู่เวรหมอก็นอนครับยกเว้นว่า หากนั่งคุยกับคนไข้ไปแล้วหลับไปหรือเย็บแผลให้คนไข้อยู่แล้วหลับแบบนั้นก็ว่ากันอีกทีครับ

อ่านเรื่องนี้จบแล้ว โดยเฉพาะตรงที่ผู้เขียนบอกว่าใช้เวลาทั้งสิ้นในการมารพ. ครั้งนี้ 1 ชั่วโมงทำให้นึกถึงเรื่องที่ผมเคยได้อ่านมาเป็นประสบการณ์การป่วยที่ฝรั่งเศส จากเพจ ปอกเปลือกฝรั่งเศส ใครลองตามไปอ่านที่ ตรงนี้ครับ
facebook.com

สรุปว่า เขาป่วย มีไข้ อาเจียน ปวดท้อง ไป รพ.เป็นกรณีฉุกเฉินตั้งแต่เวลา เที่ยงคืน เมื่อมาถึง ก็ทำการลงทะเบียน และพยาบาลก็ให้ผู้ป่วยเข้าไปนอนรอบนเตียงลักษณะห้องรอ “ ด่านแรก ” นั้น ไม่ใช่สภาพแบบห้องฉุกเฉินบ้านเราโดยสิ้นเชิงหากแต่เป็นห้องสี่เหลี่ยม ไม่มีอุปกรณ์การรักษา ไม่มีหมอหรือพยาบาล มีแค่คนไข้นอนบนเตียงเรียงกันไปประหนึ่งว่าเป็นห้องรอหรือห้องพักดูอาการ รออยู่ในห้องด่านแรกนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง มีพยาบาลเข้ามาสอประวัติซ้ำ ๆ ประมาณ 3 รอบจากนั้นจึงถูกย้ายไปห้องตรวจแล้วก็รอ รอ รอ ได้พบหมอในเวลา ตี 5 หมอซักประวัติ ตรวจร่างกาย สรุปว่าไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องกินยา นอนพักเดี๋ยวก็หายเอง กลับออกจากโรงพยาบาลในเวลา 7 โมงเช้า

ระยะเวลาทั้งหมดเทียงคืนถึงเจ็ดโมง ก็ 7 ชั่วโมงเต็ม ๆ (ในกรณีนี้ ยังไม่มีการตรวจเพิ่มเติม ไม่มีขั้นตอนการฉีดยา และรับยาเลยนะครับถ้ามีก็อาจจะบวกเวลาเพิ่มเข้าไปอีก)

ประสบการณ์จากฝรั่งเศสนั้น มีรายละเอียดอื่น ๆ อีกที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ระบบบริการสาธารณสุขของเขาอยากชวนคนทั่วไปตามไปอ่านกันดูครับ

ส่วนตอนนี้อ่านเรื่องในเมืองไทยแล้วรู้สึกว่า แพทย์เพลีย ขอไปทำงานต่อดีกว่า

ขอขอบคุณที่มาจาก : เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล

loading...

Post Author: admin