หลังจากเมีย “ตาย” ผมก็ไม่อยากแต่งงานอีก สุดท้ายแม่ยายทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้กับผม ทำเอาชีวิตเปลื่ยนไปตลอดกาล!?

loading...


หลังจากเมีย “ตาย” ผมก็ไม่อยากแต่งงานอีก สุดท้ายแม่ยายทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้กับผม…
ผมมีประสบการณ์ชีวิตมาเล่าให้ฟังครับ ผมว่าชีวิตของผมบางทีก็ยิ่งกว่าในหนังหรือละครน้ำเน่าเสียอีก ผมขอเริ่มเรื่องเลยแล้วกันครับ ตอนที่ผมอายุ 24 ปี ตอนนั้นผมยังเป็นวัยรุ่น ผมจำความได้ว่าผมได้ชอบผู้หญิงอยู่คนนึง เธอหุ่นดีมากทั้งผอมทั้งสูง ผมชอบแอบมองเวลาเธอยิ้ม ทุกครั้งที่ผมอยู่ใกล้เธอ เธอก็มักจะทำให้หัวใจของผมเต้นแรงอยู่เสมอ
1
เมื่อตอนที่ผมอายุ 26 ปี ผมขอเธอแต่งงาน แต่เธอกลับปฏิเสธผมทั้งน้ำตา แถมเธอยังบอกกับผมว่าอีกว่าแม่ของเธอเลี้ยงเธอมาด้วยความยากลำบาก ผมได้แต่ยืนงงอยู่ข้างๆเธอ สักพักเธอก็เริ่มเล่าเรื่องราวเกียวกับแม่ของเธอให้ผมฟัง เธอเล่าว่าแม่ของเธอเคยแต่งงานมาแล้ว 1 ครั้ง และมีลูกกับสามีเก่าถึง 3 คน ความสัมพันธ์ของแม่เธอกับพ่อของสามีคนแรกไม่สู้ดีนัก พวกเขามักจะมีปากเสียงกับแม่ของเธออยู่บ่อยๆ แต่แล้วแม่เธอก็ได้แต่งงานใหม่อีกครั้งแล้วก็มีลูกสาว 1 คน นั่นก็คือแฟนของผมเอง

2

แม้แฟนจะปฏิเสธการแต่งงานกับผมก็ตาม แต่ผมก็ยังไม่ละทิ้งความพยายาม ผมไม่อยากสูญเสียเธอไป ผมครุ่นคิดอยู่นานจนกระทั่งผมบุกไปหาเธอที่บ้านเพื่อที่จะสู่ขอเธอ แต่พอผมไปถึงบ้านเธอ ผมกลับพบว่าทั้งบ้านของเธอมีเพียงเธอและแม่แค่สองสองคนเท่านั้น พ่อของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเล็ก สุดท้ายเราก็ได้แต่งงานกัน ผมดีใจจนแทบจะเป็นบ้า แม่ของเธอขอผมอยู่เรื่องเดียวก็คือดูแลลูกสาวของเขาให้ดีๆ แม่ของเธอให้ของขวัญเราทั้งคู่ในวันแต่งงานด้วยกุญแจ 1 ดอก กุญแจดอกนั้นก็คือกุญแจบ้าน 1 หลัง เพื่อเป็นเรือนหอให้แก่เราทั้งคู่
3
หลังจากที่ผมและภรรยาแต่งงานกัน เราทั้งคู่ก็ย้ายเข้ามาในบ้านหลังที่แม่เธอให้ไว้ บ้านของเราอยู่ใกล้ๆ กับบ้านแม่ของเธอ จากนั้นไม่นานตอนผมอายุได้ประมาณ 30 ปี ภรรยาของผมประสบอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต เหลือเพียงแต่ลูกชายวัย 2 ขวบ ผมเสียใจมากเหมือนโลกกำลังจะแตกสลาย ผมมีความรู้สึกเหมือนว่าผมและเธอแต่งงานกันได้เพียงไม่นาน แต่แล้วเธอก็ดันมาประสบอุบัติเหตุทิ้งผมไว้เลี้ยงลูกเพียงลำพัง

4

ผมยอมรับความจริงไม่ได้ ได้แต่เสียใจอยู่นาน ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่มองไปเจอลูกแล้วผมก็ไม่ควรมานั่งท้อแท้อยู่แบบนี้อีกต่อไป เพราะว่าผมต้องไปทำงาน จึงทำให้ไม่มีเวลาอยู่ดูแลลูก แล้วอีกอย่างพ่อแม่ของผมท่านก็เสียไปตั้งนานแล้ว ผมไม่รู้จะฝากลูกไว้กับใครจริงๆ แต่ว่าแม่ของภรรยาผมวัย70ปี เธอขอออกตัวช่วยเลี้ยงหลานด้วยคามยินดี แม่ของภรรยาย้ายเข้ามาอยู่บ้านเดียวกับผมเพื่อดูแลลูกของผม ผมก็สบายใจไปได้หนึ่งเปราะ เพื่อนบ้านละแวกนี้ต่างคิดว่าเธอเป็นแม่ของผม ผมเพียงแต่ยิ้มรับว่าเขาเป็นแม่ของผมเอง แต่แท้ที่จริงแล้วเธอคือแม่ยายของผมต่างหาก
5

แม่ยายของผมช่วยผมทำงานบ้านทุกวัน ตอนเช้าตื่นมาส่งหลานไปโรงเรียน ส่งเสร็จก็รวดไปตลาดเพื่อซื้อของมาทิ้งไว้สำหรับทำกับข้าวในมื้อต่อไป ทุกวันผมกลับมาถึงบ้านแม่ยายก็เตรียมกับข้าวรอผมเป็นอย่างดี เธอดูแลผมดีมาก ดีมากจริงๆ ดีจนผมเกรงใจ ผมให้แม่ยาย 10,000 บาทต่อเดือนสำหรับค่าใช้จ่ายภายในบ้าน แต่เธอไม่รับเงินของผม ผมคะยั้นคะยอจนในที่สุดเธอก็รับเงินของผมไป

6
loading...

แม่ยายผมเธอมักจะดูทีวีเป็นประจำทุกวัน เราคุยกันอยู่บ่อยๆ แม่ยายผมชอบพูดถึงการแต่งงานครั้งแรกของเขาอยู่เสมอ เขามักจะคิดถึงลูกๆทั้ง 3 แต่ว่าลูกทั้ง 3 ก็ไม่เคยติดต่อมาเลย แม้แต่เสียงเรียกเข้าสักครั้งก็ยังไม่มี เมื่อผมทราบเรื่อง ผมก็รู้สึกน้อยใจแทนเธอจริงๆ
เมื่อลูกชายของผมอายุได้ 5 ขวบ แม่ยายของผมได้ถามผมว่าเจอผู้หญิงที่ถูกใจบ้างไหม เผื่อจะได้หาแม่ใหม่ให้ลูก ในตอนนั้นผมก็นัดเดทกับผู้หญิงบ้าง แต่ว่าผู้หญิงสมัยนี้เลือกเยอะ ผู้หญิงที่ผมเดทด้วยทุกคนต่างถามผมว่ามีบ้านมั้ย มีรถมั้ย แต่บางคนเมื่อรู้ว่าผมเคยมีลูกแล้ว พวกเธอถึงกับตีตัวออกห่างผมกันซะทุกรายไป

7

ผมได้แต่กังวลใจ ถ้ามีแม่ใหม่ให้ลูก เธอคนนั้นจะดูแลลูกผมได้ไหม และเธอจะรักลูกของผมเหมือนรักลูกของตัวเองหรือเปล่า ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ ไม่แน่ว่าชีวิตของผมอาจจะวุ่นวายกว่าเดิมก็ได้ ทุกวันนี้ชิวิตของผมมีแต่ลูกกับงานเท่านั้น ในใจของผมจดจ่ออยู่แต่กับงาน งาน แล้วก็งาน ผมไม่คิดที่จะแต่งงานใหม่อีกแล้ว เวลาผ่านไป 10 ปี แม่ยายผมป่วยเป็นมะเร็งและเสียชีวิตไปในที่สุด ก่อนแม่ยายจะสิ้นใจเขาได้ให้ของขวัญกับผมมาหนึ่งชิ้นและยังบอกกับผมอีกว่ารีบๆหาเมียใหม่ซะ

8

ในคืนนั้นผมเปิดดูของที่แม่ยายให้ผมไว้ก่อนตาย พอเปิดดูแล้วปรากฏว่าข้างในมีพินัยกรรมที่แม่ยายเขียนไว้ก่อนตาย รูปที่ลูกชายผมเคยวาดให้เธอและสมุดบัญชีเงินฝาก เงินในสมุดบัญชีเงินฝากทั้งหมดนั้นคือเงินที่ผมให้เธอไว้ เพื่อใช้ในการจ่ายตลาดในแต่ละเดือน แต่เธอก็ไม่เคยใช้มันเลยสักบาทเดียว เธอกลับเก็บมันไว้และส่งคืนผมเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ลูกชายผมอีกต่างหาก แต่ที่ทำผมถึงกับสะดุดก็คือรูปที่ลูกชายผมวาดไว้รูปนั้นคือรูปที่มีครอบครัวสมบูรณ์อยู่กับพร้อมหน้าพร้อมตา มีผมและแม่ยายกับมือเขาไว้อย่างอบอุ่น เมื่อดูดูภาพนั้นเสร็จผมถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

9

ในช่วงเวลา10 ปีที่ผ่านมานี้ แม่ยายอยู่กับผมจนเป็นส่วนหนึงของชีวิตผมไปแล้ว ในใจผมพูดกับเธอเป็นครั้งสุดท้ายว่า”ขอให้แม่ไปดีนะครับ ขอบคุณที่อยู่กับผมและคอยดูแลลูกชายผมเป็นอย่างดี ขอบคุณมากที่คอยดูแลลูกแทนผมมาโดยตลอด ขอบคุณจากใจครับ”
หลังจากที่แม่ยายของผมเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ลูกชายคนโตและคนเล็ก(ลูกของสามีเก่าที่แม่ยายผมเคยแต่งงานครั้งแรก)ก็มาหาเขา พร้อมกับถามถึงบ้าน 2 หลัง สมบัติที่แม่มีก่อนตายและขอดูพินัยกรรมที่แม่ยายผมได้เขียนเอาไว้ก่อนตาย ผมเอาพินัยกรรมให้พวกเขาดู พวกเขากลับบอกกับผมว่าผมทำของปลอมขึ้นมา เพราะแม่ยายเขียนพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้กับผมน่ะสิ แถมทั้งคู่ยังตามไปป่วนผมถึงบริษัท ป่าวประกาศกับทุกคนในบริษัทผมว่าผมเป็นคนหลอกลวง โกงเงินแม่ของพวกเขา
10
ความจริงตอนนี้ผมก็ทำงานเก็บเงินจนมีกำลังทรัพย์มากพอที่จะซื้อบ้านหลังใหม่ได้อีกหลัง แต่บ้านทั้งสองหลังที่แม่ยายยกให้ผมไว้ก่อนตายนั้น ผมคิดว่าผมจะเก็บรักษามันเอาไว้ให้ดีที่สุด คิดดูสิทำไมตอนที่แม่ยายของผมยังอยู่ เธอต้องอยู่อย่างอ้างว้างและเดียวดาย ทำไมไม่เห็นจะมีลูกสักคนมาหาเธอเลย ตอนที่เธอป่วยเข้าโรงพยาบาลก็ไม่เห็นจะมีลูกคนไหนโผล่หน้ามาเยี่ยมสักคน แล้วพอตอนนี้ที่เธอจากไปแล้วจะมาทวงสมบัติจากผมเหรอ ผมขอบอกเลยว่าไม่มีวัน!!!

loading...

Post Author: admin