อัจฉริยะไปไหม…!!เด็ก 14 หลอกขาย”ปอร์เช่” ให้โอนเงินล้าน ใครจะไปคิดว่าจะเจอดัดหลังแบบนี้..บอกเลยแค้นมาก…!!

loading...

safe_image

อัจฉริยะไปไหม…!!เด็ก 14 หลอกขาย”ปอร์เช่” ให้โอนเงินล้าน ใครจะไปคิดว่าจะเจอดัดหลังแบบนี้..บอกเลยแค้นมาก…!!

โลกโซ เชี่ยลมีการแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเพจซื้อขายรถซึ่งอยู่ในวงการมาถึง 14 ปี โดยเริ่มจากเด็กวัย 14 แอดไลน์ไปหาร้านซื้อขายรถ เพื่อหลอกขายรถ “ปอร์เช่ คาเยน” ในราคา 4.5 ล้าน โดยอ้างว่าร้อนเงินและขอให้แม่ค้าโอนเงินให้ก่อน 1 ล้านบาท แต่เหยื่อไหวตัวทัน จนสืบทราบว่าเป็นการหลอกลวง เมื่อสืบรู้ความจริงก็มีการอ้างว่า ถูกแอบอ้างเอาไลน์ไปใช้และได้แจ้งความแล้ว ซึ่งเมื่อนำเรื่องไปลงในสื่อออนไลน์ก็พบว่ามีผู้แจ้งข้อมูลเข้ามาว่า เด็กคนดังกล่าวเป็นถึงรองประธานนักเรียนด้วย

loading...

จากกรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง แก้ว-ปิยะฉัตร เอี่ยมสำอางค์ เปิดเผยกับ “ข่าวสด” ว่า อยู่ในวงการซื้อขายรถมา 14 ปีแล้ว หลังจากได้รูปของน้องคนนี้ ก็พอทราบว่ามีความผิดปกติ เพราะคนที่ต้องการขายรถจะส่งรูปรถเกือบทุกมุม ต้องมีเอกสาร เห็นรถ เพื่อเจรจาซื้อขายกัน รวมทั้งยังมีการขอให้โอนก่อนถึง 1 ล้านบาท จึงพอทราบว่าเป็นการหลอกลวง แต่พอทราบว่า น้องอายุเพียง 14 ปี ก็อยากรู้รายละเอียดเพิ่มขึ้น จึงให้ส่งเบอร์บัญชีมา และได้โอนเงินให้ 10 บาท จากนั้นก็สืบทราบว่า บัญชีดังกล่าวเป็นของธนาคารออมสิน ทราบชื่อ ที่อยู่ของเด็กคนนี้ เมื่อแจ้งกับเด็กว่า ทราบว่าหลอกลวง ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จากนั้น เด็กได้นำไลน์อื่นแอดมา และบอกว่า ถูกแอบอ้างเอาไลน์ไปใช้ พร้อมกล่าวว่าได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันและแจ้งพ่อแม่ให้ทราบแล้ว แต่เชื่อว่าพ่อแม่คงยังไม่ทราบเรื่อง ซึ่งจากการเปิดเผยในสื่อออนไลน์ไปก็มีผู้ส่งข้อมูลมาให้จำนวนมาก

“ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจ อยากเอาความ หรือ เอาผิดน้อง แต่เมื่อนำเรื่องนี้มาเผยแพร่สู่สังคมออนไลน์ ก็มีความเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ขำๆ กับการที่เด็กคนหนึ่งจะใช้ไลน์แอดหาคนอื่นเพื่อหลอกลวงเอาเงินแบบนี้ และเชื่อว่าพ่อแม่เด็กยังไม่ทราบเรื่อง เพราะหากเป็นลูกเรา เราเองก็คงร้อนใจและต้องติดต่อกลับเพื่อเคลียร์และทำความเข้าใจให้ชัดเจน แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด ซึ่งจากที่อยู่ในวงการซื้อขายรถมาถึง 14 ปี ก็ยังไม่เคยพบกับเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งการเปิดเผยเรื่องราวครั้งนี้ก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับทั้งผู้ขาย และพ่อแม่ที่ต้องดูแลลูก ส่วนจะแจ้งความหรือไม่ก็จะพิจารณาและรอคุยกับพ่อแม่จริงๆ ของเด็กก่อน เพราะกรณีนี้หากเป็นความจริง ก็ถือว่าน่าเป็นห่วงเด็ก “คุณปิยะฉัตร กล่าว

loading...

Post Author: admin