เตือนภัย! คนรัก “แตงโม” ต้องอ่าน อันตรายจากแตงโมที่คุณไม่เคยรู้!!

loading...

tang

บ้านเราจัดว่าอยู่ในเขตร้อนชื้น แมลงต่างๆ ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ เกิดขึ้นอย่างมากมาย ทำลายพืชผลทางการเกษตรแทบทุกชนิด โดยเฉพาะในพืชประเภทแตงหรือถั่วฝักยาว ใบของมันเป็นอาหารที่ชื่นชอบของแมลงประเภทกินใบหรือดูดน้ำเลี้ยงที่ใบ

เวลาเกษตรกรลงทุนปลูกพืชผลก็หวังจะได้ทุนและกำไรให้คุ้มค่าเหนื่อย ยาแรงๆถูกนำมาใช้โดยขาดความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัย ขอให้แมลงตายเป็นใช้ได้ ชะตาของผู้บริโภคขึ้นอยู่กับความรู้หรือไม่รู้ของตัวเองเป็นสำคัญ

คนรัก “แตงโม” ต้องอ่าน อันตรายจากแตงโมที่คุณไม่เคยรู้!!
เมื่อทำการหยอดเมล็ดแตงโม เกษตรกรจะใช้สารกำจัดแมลง ชื่อ “คาร์โบฟูราน” ชนิด 3จี ลงหลุมที่เตรียมไว้ประมาณครึ่งช้อนชาหรือมากกว่านั้นแล้วจึงหยอดเมล็ดพันธุ์ลงไป เมื่อแตงเริ่มเป็นเถา ก็จะต้องฉีดยากำจัดแมลงควบคู่ไปด้วย พอแตงเริ่มโตเท่าลูกเทนนิส เกษตรกรจะทำการคัดแตงอ่อนที่ไม่สวยออกจากเถาไปขายเป็นแตงอ่อน สำหรับนำไปแกงส้มหรือต้มจิ้มน้ำพริก ซึ่งแตงอ่อนในระยะนี้จะมีสารสะสมอยู่มาก เพราะจะใส่สารคาร์โบฟูราณลงไปอีกเท่าตัว เพื่อสู้กับแมลงกินใบต่อไปจนกระทั่งเก็บผลขายได้

ถ้าต้องการให้แตงโมหวานและมีสีแดงน่ากิน ตอนอายุ 50 วัน จะใช้สารยูริเนตผสมกับปุ๋ยฉีดพ่นทางใบ เพื่อเพิ่มสีและความหวาน แต่ก็ไม่มีอันตราย พอ 70 วัน จึงตัดขายได้ สารกำจัดแมลงชนิดดูดซึมทางรากนี้ ลักษณะเป็นสีม่วง เคลือบกับเม็ดทราย ซึ่งมีโทษทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม เพราะสารนี้ดูดซึมเข้าทางมือและผิวหนัง รวมถึงละอองและระเหยเข้าทางจมูก อีกทั้งยังมีผลต่อระบบนิเวศน์ น้ำ ที่อยู่ในนาข้าวหรือตามสวนตามไร่ก็ลดจำนวนลงเรื่อยๆ หลังจากเริ่มมีการนำสารนี้มาใช้ในนาข้าวและไร่ผักผลไม้ โดยพบว่าปลาดุกหรือปลาช่อนที่พบในนาข้าวเป็นโรคหัวเน่าตัวเน่า

loading...

 

เดี๋ยวนี้ชาวนาได้เลิกใช้แล้ว แต่ชาวไร่ยังนิยมใช้กันอยู่ เมื่อถึงฤดูฝน สารนี้ก็ไหลลงตามแม่น้ำลำคลองอยู่ดี โดยสารนี้ มีพิษตกค้างอยู่ในแมลงที่ได้รับสาร ซึ่งมีนกหรือกินแมลงจำนวนมากได้รับสารคาร์โบฟูรานไปสะสมอยู่จนกระทั่งตายไปเป็นจำนวนมาก

 

คนรัก “แตงโม” ต้องอ่าน อันตรายจากแตงโมที่คุณไม่เคยรู้!!
เพื่อนๆควรรู้ว่า เมื่อกินแตงโมไปแล้ว เกิดอาการแพ้ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน โดยไม่ลืมแจ้งต่อแพทย์ว่าได้กินแตงโมเข้าไปแล้วสงสัยว่าจะแพ้ยาดูดซึมที่อยู่ในแตงโม ลิ้นชา มึนงง เวียนหัว ตาพร่า ขื่นในลำคอ หายใจไม่เต็มปอด แน่นหน้าอก เหงื่อออกตามลำตัวมากผิดปกติ คอแห้ง อยากอาเจียน ทวารหนักตุงอยากถ่าย อ่อนเพลีย ปวดท้อง อยากอาเจียน

โดยเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ที่คลีนิคหมอใกล้บ้านของผู้เขียน ได้มีคนไข้เด็กรายหนึ่ง อายุ 5-6 ขวบ มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ญาติได้พามาส่งโดยไม่บอกรายละเอียด หมอได้ตรวจแล้ววินิจฉัยว่าอาหารคงเป็นพิษ จึงจ่ายยากินหลังอาหารให้ไป แต่เด็กได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

loading...

Post Author: admin