แบบนี้เอง!!! ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ตำรวจที่เราเห็นประจำในละคร ที่แท้จริงแล้วเขามีอาชีพอะไรมาดูกัน!!!

loading...

แบบนี้เอง!!! ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ตำรวจที่เราเห็นประจำในละคร ที่แท้จริงแล้วเขามีอาชีพอะไรมาดูกัน!!!

07112016_img_1478475019_183

ไม่ว่ารวยหรือจนความใฝ่ฝันของชายชาตรีส่วนใหญ่ มักจะใฝ่ฝันที่จะสวมเครื่องแบบสีกากี หรือ ตำรวจ ด้วยกันทั้งนั้น แต่พอได้เข้ามารับใช้ชาติแล้วด้วยเงินเดือนน้อยนิดจึงต้องพยายามดิ้นรนหาหนทางประกอบอาชีพเสริมเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นทำให้ฐานะทางครอบครัวมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เช่นเดียวกับ “ด.ต.สิริเวช เจริญชนม์” ที่สู้ชีวิตทำหลากหลายอาชีพอย่างภาคภูมิใจ อาทิ ตำรวจเฝ้าร้านทอง ธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ คนขับแท็กซี่ และอีกงานหนึ่งที่ไม่ไกลตัวคืออาชีพนักแสดง “ตำรวจตัวประกอบ” ทางจอแก้ว ที่หลายๆ คนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับเขาคนนี้ดี

loading...

vvvndx_8wke6t
“ด.ต.สิริเวช เจริญชนม์” เกิดวันเมื่อที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2518 โดยกำเนิดเป็นชาวจังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็นลูกคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 5 คน ของ “คุณพ่อวัฒนา เจริญชนม์” และ “คุณแม่อำพันธ์ เจริญชนม์” ครอบครัวของเขามีอาชีพทำสวนยางพารา ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน “ด.ช.สิริเวช” จึงพยายามคิดหาวิธีช่วยเหลือทางบ้านให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เขาเฝ้ามองถนนหน้าบ้านซึ่งเป็นถนนลาดยางขาเข้าสู่กรุงเทพฯ ทุกวัน…แล้วคิดใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะต้องมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองกรุงเพื่อหางานทำแล้วนำเงินกลับมาช่วยเหลือพ่อแม่ของเขา

vvvndx_apvwg5
ในวัยเด็ก “ด.ช.สิริเวช” เรียนจบชั้น ป.6 จากโรงเรียนบ้านควนเนียง อำเภอบ้านนาสาน จบมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนพรุพีพิทยาคม จบ ปวช.สาขาช่างยนต์ โรงเรียนเทคโนโลยีภาคใต้ หลังจากนั้นเขาได้สมัครเข้าเรียนระดับปวส.ที่โรงเรียนเทคนิค จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วงนั้นมีการเปิดสอบคัดเลือกตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 300 อัตรา เขาจึงตัดสินใจเข้าสอบและเขาก็สามารถสอบเข้าตำรวจได้สำเร็จจึงขอลาออกจากโรงเรียนเทคนิคทันที
ในปี พ.ศ.2537 ว่าที่พลตำรวจ “สิริเวช” จึงได้มุ่งหน้าก้าวสู่ทางฝันสมกับความตั้งใจ โดยมีแค่เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่เพียง 5 ชุดในกระเป๋าเดินทาง เข้ามาเรียนที่โรงเรียนตำรวจ จังหวัดนครปฐม ในหลักสูตรเร่งรัด 4 เดือน ปีพ.ศ.2538 เขาได้ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการตำรวจที่กรุงเทพฯ ในคำสั่งบรรจุแต่งตั้งตำแหน่งยศ “พลตำรวจ” ที่สถานีตำรวจดับเพลิงลาดยาว แผนกช่างซ่อมบำรุง ด้วยอัตราเงินเดือนของข้าราชการชั้นผู้น้อยเพียงแค่ 4,100 บาท จึงไม่เพียงพอที่จะจัดสรรส่งเสียทดแทนบุญคุณให้กับบุพการีได้มากมายนัก เขาจึงมุ่งมั่นเรียนต่อจนจบระดับปริญญาตรีเมื่อปีพ.ศ.2547 สาขารัฐศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ได้ปรับชั้นยศจากพลตำรวจมาเป็น “ดาบตำรวจ” มีรายได้เพิ่มขึ้น ในปัจจุบันครอบครัว “เจริญชนม์” มีฐานะดีขึ้นมาก เพราะพี่น้องทั้งหมดต่างเรียนจบมีหน้าที่การงานที่ดีและราคายางพาราก็ดีขึ้นตามลำดับ

vvvndx_xwu4bh

 

loading...

Post Author: admin