“มหาวิทยาลัยไม่เคยบอกกู” เรื่องจริงจากการศึกษาในยุคปัจจุบันนี้ที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน..!!

loading...

เพื่อนผมคนนึงมาเยี่ยม
ทั้งหัวเสีย
หัวฟัดหัวเหวี่ยง
สบถต่างๆนาๆ

มหาวิทยาลัยไม่เคยบอกกู
เพื่อนผมคนนี้
ทำงานอยู่สำนักพิมพ์หนึ่ง
ซึ่งปลดพนักงานจำนวนมาก
และมันก็เป็นหนึ่งในนั้น

รู้งี้กูไปขายรถกับมึงก็ดี
(เค้าพูดออกมาเหมือนประโยคบอกเล่า
ระบายออกมา)

ผมรู้ดีว่าเค้าแค่อยากพูด
ไม่ได้อยากจะไปทำอะไรจริงๆ
แค่อยากระบายออกมา

“ผมเลยไม่พูดอะไร”

โชคดีที่เพื่อนผมคนนี้บ้านรวย
เอาจริงๆคือไม่ได้เดือดร้อนอะไร
แต่แค้นที่ถูกปลดออกมา
ทั้งที่ทำงานดี

“เค้าหัวเสียที่ทำงานดีมาตลอด
แต่สุดท้ายบริษัทก็เอาตัวรอดทิ้งเขา”

จริงๆมันก็ไม่ใช่แค่เพื่อนผมหรอก
เพราะผมลองsearch กูเกิ้ลคำว่าปลดพนักงาน
มีข่าวเป็น10หน้า

“เค้าบอกให้กูไปทำแผนกเอกสาร
แล้วลดเงินเดือนครึ่งนึงเท่าเด็กจบใหม่
พูดง่ายๆคือไล่ทางอ้อม”

ให้เหตุผลว่ายุคนี้คนไม่อ่านหนังสือพิมพ์
ไม่มีใครซื้อ!

แต่ก็ถูกของแม่งแหละยุคนี้ไม่มี
ใครอ่านหนังสือพิมพ์แล้ว(เค้าพูด)

ผมพยักหน้าให้เค้า
ไม่รู้จะพูดอะไร
ผมนึกในใจ
ผมเป็นคนบุคลิกพูดตรงๆ
เด๋วเผลอพูดอะไรขวานผ่าซากไป
จะกลายเป็นสอนกันไป

ผู้ชายไม่ชอบให้ใครมาสั่งมาสอน
โดยที่มันไม่ได้ถาม
“ตอนนี้มันคงไม่อยากได้ใครสอน
มันคงอยากได้แค่คนฟังมัน”

(เค้าพูดต่อ)
แล้วมหาลัย
มันไม่รู้เหรอว่ะ
ว่ามันจะตายแล้ว

คนเก่าก็โดนไล่ออก
เด็กจบใหม่จะทำไรแดก
ในเมื่อตลาดไม่ต้องการ

ไอ้ห่าเอ้ย!

จนในที่สุดผมก็ตัดสินใจพูด…
“มหาลัยไม่รู้หรอกว่ามึงจะตกงาน
สมัย10ปีที่แล้วใครจะรู้
มึงก็ไม่รู้
กูก็ไม่รู้
“ตำราเรียนมึงก็เก่า
สิ่งที่สอนเอาตรงๆ
แทบเอามาใช้ไม่ได้
แต่เค้าไม่ได้หลอกมึงหรอก”

แค่สมัยนั้นเค้าก็ไม่รู้เหมือนมึงนี่แหละ
จะมีกี่คนที่รู้ว่าอีก10ปีสื่อสิ่งพิมพ์จะเริ่มหายไป
กูไม่มีเจตนาจะว่านะ
แต่มึงก็รู้ระบบการศึกษา
ไม่ใช่แค่บ้านเรา
แต่ทั่วโลกก็เป็นป่ะ

ขนาดหนังสือพิมพ์มึง
ยังพิมพ์ไม่ทันSocialเลย

ยุคนี้ข้อมูลมันเร็วมากมึงก็รู้

แล้วมึงคิดดูดิสมัยเด็กกระทรวงศึกษา
กว่าจะสรุปออกมาเป็นรูปเล่ม
กว่าจะประมูล
กว่าจะพร้อมพิมพ์เป็นหนังสือเรียนมึง
คิดเอาดิหมามึงตาย2รอบ
ถึงพิมพ์เสร็จ

จำได้มั้ยล่ะสมัยเรียน
ตำรารุ่นพี่เราเกือบ10ปี
เรายังขอเค้ามาใช้ได้เลย
10ปียังเรียนเล่มเดียวกัน

สัดจริงกูจำได้ใช้ยันน้องคนเล็ก55(เพื่อนหัวเราะ)

มันคือความจริงที่ต้องยอมรับหว่ะ
ว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ

มึงก็เลยเรียนได้เรียนความรู้
ที่เก่าเรียบร้อยแล้ว
มึงจำได้ป่ะ
ว่ามึงกับกูเคยเรียนล้างฟิล์ม?

แล้ววันนี้ล่ะมีใครใช้ฟิล์ม?

ไม่ได้ว่าไม่ดีนะ
มันได้ประสบการณ์ก็สนุกดี
แต่มาถึงวันนี้มันก็ล้าสมัยแล้ว
ไม่ได้ใช้

อย่างกรณีบิลเกตส์
ตอนลาออกจากมหาลัย
เพราะเค้าเคยบอกเสียเวลา
มานั่งเรียนความรู้ที่หมดอายุ

เค้าไปอยู่กับสิ่งที่อยากทำดีกว่า

อันนั้นคือออกเพราะเก่งกว่าอาจารย์

เพราะเค้าอยากไปเรียนจำเพาะเจาะจงมากกว่า

“แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าเรียนในมหาลัย
ไม่ใช่ไม่ดีนะเว้ย
มันมีอะไรที่เรียนรู้ระหว่างทางมากมาย
มันก็มีของดีแทรกอยู่ในนั้น
ทั้งความรู้ ทั้งสังคม
ถ้าไม่ได้เรียน เราก็คงไม่มีวันนี้
เพราะฉะนั้นเรียนได้ก็ควรเรียน”

“แต่ถ้าเรียนแล้วหาความรู้เพิ่มได้ก็จะยิ่งดี”

loading...

เพราะความรู้ในห้องเรียน
อาจจะทำให้กูและมึงได้ประสบการณ์

แต่ความรู้นอกห้องเรียนที่อัพเดท
และความรู้เฉพาะทาง
สำคัญกว่ามาก

มึงก็เลยไหวตัวทันตอนนั้นใช่มั้ย(เพื่อนถาม)

ใช่! เพราะกูศึกษาไง
กูศึกษาเทรนโลก
ยุคนี้ง่ายจะตายnetก็มี
แบบพี่โน๊ส อุดมแซวบอกในเดี่ยว10
อยากรู้อะไรก็เรียนได้เลยGoogle

คนรุ่นนี้ใครใช้สื่อเป็นก็เรียนรู้ได้แล้ว

อย่างเมกามันออนไลน์มานานแล้ว
ซื้อของเค้าก็ออนไลน์
มาตั้งแต่ตอนเราเรียนแล้ว
หนังสือมันก็สั่งออนไลน์กัน
มีทั้งส่งเป็นเล่มและอ่านในคอม
ตอนนี้ไทยก็เริ่มเป็นเต็มตัวละ
(ผมตอบ)

สรุปยุคนี้มึงพึ่งการเรียนทางเดียวไม่ได้แล้ว
มึงต้องอัพเดทหาความรู้เพิ่มเติมไปด้วย

เพื่อนยิ้ม
“แล้วไมตอนเรียนไม่บอกกูบ้างว่ะ?”

“ไอ้ห่า กูบอกมึงว่าโทรสับปุ่มเยอะ
ต่อไปจะไม่มีแล้ว มึงก็ไม่เชื่อ”

กูบอกว่าต่อไปนี้คอมตั้งโต๊ะจะตกยุค
เพราะโทรศัพท์มือถือทำได้ทุกอย่าง
มึงก็ว่ากูบ้า

แล้วถ้ากูบอกว่าที่มึงเรียนกันมา
อนาคตจะสูญพันธุ์
มึงจะเชื่อกูมั้ย?

เพื่อนหัวเราะออกมา

พร้อมบอกว่า
กูกับอาจารย์
อาจจะจับมึงไปขัง
เหมือนกาลิเลโอพูดว่าโลกกลม
เออจริง ถูกของมึง
วันนั้นไม่มีใครรู้
จริงๆรวมทั้งเด็ก
ที่กำลังเรียนมหาลัยตอนนี้
เค้าก็ยังไม่รู้ตัว บางคนยังชิล

ใครที่ศึกษาข้อมูลแบบมึงก็รู้ทันไป

ใครไม่ศึกษาก็คิดแบบกูว่าเรียนจบ
หางานทำได้คือรอดแล้วชีวิต
แต่จริงๆแม่งไม่เลย
กิจการแบบเก่าพร้อมจะปิดตัว
เป็นลูกจ้างก็เสี่ยงได้ไอ้ห่า!

ต่อไประบบฟรีแลนซ์จะเป็นที่นิยม
เจ้าของก็ไม่อยากจ้างยาวๆแล้ว
คนทำงานก็ไม่อยากติดกรงอยากเป็นอิสระ

ก็Win win
ไม่ต้องเลี้ยงดูกัน
จ่ายกันตามผลงาน

(แล้วเค้าก็ถอนหายใจ)
แล้วพูดต่อว่า..

กูแม่ง
ซวยเพราะ
ไม่ศึกษาโลกเอง

ผมบอกเอาหน่า
ก็ไม่สายนี่หว่า
คิดได้วันนี้ก็ทำวันนี้
บางทีการตกงานอาจจะโชคดีก็ได้นะ

มึงจะได้เริ่มอะไรใหม่ๆซะที

และ…
คนแย่กว่ามึงก็มี

การที่หนังสือมึงเจ๊ง
มึงยังได้เงินชดเชยบ้าง

แต่มึงคิดถึง
แฟนๆคอลัมน์มึงป่ะ
ว่าไม่มีคอลัมน์มึงลำบากแค่ไหน?

อืมเค้าคงคิดถึงกู(เพื่อนตอบ)

ใช่
เค้าคงคิดถึงมึง
เพราะเค้าไม่มีกระดาษหนังสือพิมพ์
กับคอลัมน์กากๆของมึง
มาพับถุงขายแล้ว
“รู้มั้ยเค้าต้องสูญเสียรายได้เท่าไหร่?”

เพื่อนนึกในหัวอยู่2-3วิ

แล้วพูดว่า…

ไอ้เชี่ยสสสส….

คอลัมน์กูมีค่าคุณต่อผู้คนจริงๆสัด!

“ทั้งผมและเค้าก็หัวเราะกันเสียงดัง”

A10(เอเท็น)
Prince of sales
บทความยอดฮิต2558
“สังคมแห่งความเป็นไปได้”

ขอขอบคุณเนื้อหาจากคุณ : Aten+ Arnon

ที่มา kaijeaw

loading...

Post Author: admin